ตลาดเก่า “วังหลัง” โฉมใหม่

ใจความสำคัญ

  • ตลาดวังหลัง เป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า และห้องพัก ฯลฯ แต่ความเจริญและการเพิ่มขึ้นของร้านค้าต่าง ๆ ก็มาพร้อมกับความแออัดและความไม่เป็นระเบียบในหลายด้าน
  • ในที่สุด ชาวชุมชนวังหลังได้ตัดสินใจยื่นคำขอไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ย่านบางกอกน้อยและตลาดวังหลัง ในช่วงปลายปี 2562 เพื่อร้องขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การอนุมัติ “โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง” เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการพัฒนาตลาด และย่านการค้าโบราณให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล

“วังหลัง” ชุมชนเก่าแก่ย่านบางกอกน้อย เป็นแหล่งค้าขายอาหาร ขายเสื้อผ้า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝั่งธนบุรี ในย่านนี้ยังมีทั้งโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในประเทศ อย่างโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเดินทางย่อม ๆ เพราะมีทั้งท่าเรือ สถานีรถไฟ พร้อมทั้งมีบริการรถสามล้อเครื่อง รถสองแถว รถสี่ล้อเล็ก และรถตู้

(ท่าเรือวังหลัง หนึ่งในท่าเรือสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา)

ในขณะเดียวกัน ที่ฝั่งตรงข้ามวังหลัง ยังมีสถานที่สำคัญ ๆ เช่น พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงทำให้ในแต่ละวัน ชุมชนแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนทุกเพศทุกวัย ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันออกไป บางคนมาชิมอาหารร้านเด็ด บางคนมาซื้อสินค้า ซื้อเสื้อผ้า ขณะที่บางคนก็ใช้เป็นจุดต่อรถ ลงเรือ

(บรรยากาศตลาดวังหลัง ที่เต็มไปด้วยผู้คน)

ชุมชนวัง จากวันนั้นสู่วันนี้

ชุมชนวังหลังนั้น มีประวัติยาวนาน หากจะเล่าคงต้องย้อนกลับไปไกลถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมพื้นที่แห่งนี้ คือ ที่ตั้งพระราชวังบวรสถานพิมุข ของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ เมื่อระยะเวลาผ่านไปจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 พระราชวังได้ทรุดโทรมลง ทำให้ชาวบ้านเริ่มเข้าไปปลูกบ้านพักอาศัย

เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้มีการเวนคืนที่ดินบริเวณนี้สองครั้ง เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลศิริราช และก่อสร้างสถานีรถไฟบางกอกน้อย เหลือเพียงประชาชนบางส่วนที่ปลูกบ้านอยู่ทางทิศใต้ของวังหลัง ซึ่งต้องรอจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ถึงมีพระราชวินิจฉัยให้ที่ดินทางทิศใต้ของวังหลังนี้เป็นที่ดินของราษฎร และออกโฉนดได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อมา ชุมชนวังหลังได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จนปัจจุบันกลายเป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า และห้องพัก ฯลฯ แต่ความเจริญและการเพิ่มขึ้นของร้านค้าต่าง ๆ ก็มาพร้อมกับความแออัดและความไม่เป็นระเบียบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้าหรือสายเคเบิ้ลที่ไม่เรียบร้อย ระบบการระบายน้ำที่ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่มีอุปกรณ์กันแดดกันฝนที่ได้คุณภาพ พื้นผิวทางเดินที่ไม่พร้อมต่อการสัญจร หรือ ปัญหาความปลอดภัยที่ประชาชนซึ่งมาจับจ่ายใช้สอย ถูกกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า

(ภาพของความไม่เป็นระเบียบบางส่วน)

แผนการปรับปรุงภูมิทัศน์กับชาวชุมชนวังหลัง

ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ทำให้ชาวชุมชนวังหลังตัดสินใจเข้ายื่นข้อเสนอให้ปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง ต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ย่านบางกอกน้อยและตลาดวังหลัง ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเสนอของชาวชุมชนก็สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลได้มีแนวทางที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนด้วยการพัฒนาตลาดและย่านการค้าโบราณให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลอยู่แล้ว และที่สำคัญวังหลังก็ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ควรต้องเร่งพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เป็นที่มาของ “โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง”

(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทักทายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เมื่อครั้งลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ช่วงปลายปี 2562)

ต่อมา ในช่วงต้นปี 2563 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบางกอกน้อย การไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง ก็ได้ร่วมกันเปิดเวทีรับฟังความเห็นและร่วมกันวางแผนการปรับปรุงภูมิทัศน์กับชาวชุมชนวังหลัง และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายทำมาหากินในพื้นที่แห่งนี้

(กรุงเทพมหานครพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดรับฟังความเห็นชาวชุมชนวังหลัง และร่วมวางแผนการพัฒนาทัศนียภาพร้านค้าสถานที่)

เสียงสะท้อนที่ออกมาจากชาวชุมชนในพื้นที่ ต่างตอบรับการปรับภูมิทัศน์ในครั้งนี้ โดยนายบัญชา เทียนศิริ ประธานชุมชนวังหลัง เปิดเผยความรู้สึกว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีโครงการนี้ เพราะจะเพิ่มศักยภาพการค้า รวมทั้งผู้ค้าในชุมชนก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดวังหลัง มีประชาชนแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยนับหมื่นคนต่อวัน

ประธานชุมชนวังหลัง ยังชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องเผชิญว่า ในช่วงเวลาที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ แดดร้อน ฝนตก ส่งผลให้ผู้ค้าได้รับผลกระทบอย่างมาก ขายของไม่ได้ เพราะไม่มีคนเดิน เนื่องจากไม่มีหลังคาที่เป็นมาตรฐาน มีเพียงผ้าใบปิดหน้าร้าน ซึ่งติดตั้งกันแบบระเกะระกะ ไม่เป็นระเบียบ

(ชาวชมชุนวังหลัง ถ่ายภาพคู่กับตัวอย่างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง)

อย่างไรก็ตาม พื้นที่โครงการอยู่ในเขตอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ด้านฝั่งธนบุรี จึงต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ที่มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดดังกล่าว ก็ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวังหลัง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ และความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับแผนงานการปรับปรุงทัศนียภาพและสิ่งต่าง ๆ นั้น ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร โดยจะปรับปรุงภูมิทัศน์ที่วังหลังและซอยอรุณอมรินทร์ 22  เริ่มต้นจากถนนอรุณอมรินทร์ เข้าตรอกวังหลัง ซอยเชื่อมถนนวังหลัง ถึงซอยศาลาต้นจันทร์ คิดเป็นระยะทางทั้งสิ้น 335 เมตร

รายละเอียดประกอบด้วย การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การจัดทำผิวพื้นจราจรใหม่ การเพิ่มพื้นที่ให้ถนนวังหลังมีความกว้างสามารถจัดกิจกรรม และรองรับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย บริเวณถนนวังหลัง การจัดทำหลังคามีช่องระบายอากาศ และแสงสว่างคลุมตลาดวังหลัง  และการจัดระเบียบเสาและสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร นอกจากนี้ จะมีการแบ่งประเภทสินค้าของผู้ค้าให้เป็นสัดส่วน โดยการจัดขนาดแผงค้าให้เหมาะสม ตลอดจนพัฒนาพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและสวยงาม ทั้งนี้จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 270 วัน ใช้งบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 141 ล้านบาท คาดว่า โครงการจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2564

(ตัวอย่างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง)
(ตัวอย่างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลัง)

เมื่อโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วังหลังในครั้งนี้แล้วเสร็จ มั่นใจได้เลยว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในตลาดวังหลังให้ดีขึ้น และช่วยให้บริเวณแห่งนี้มีทัศนียภาพที่สวยงาม เรียกได้ว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างเรื่องการพัฒนาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง