สร้างโอกาสให้คนพิการ ยืนได้อย่างเท่าเทียมในสังคม

สังคม, 23 พฤษภาคม 2563

ใจความสำคัญ

เพื่อให้คนพิการทุกคนในประเทศไทย โดยสร้างโอกาสและส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิของคนพิการอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในทุกมิติ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2560 – 2564) ที่มุ่งหวังให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระ ในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน อาทิ การจัดสวัสดิการพื้นฐานให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต การส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็ง ส่งเสริมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสให้ได้รับสิทธิต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ทั้งด้านการแพทย์ ด้านการศึกษา ด้านการประกอบอาชีพ และสวัสดิการสังคม

การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างความเสมอภาคอย่างยั่งยืนในทุกมิติสำหรับคนพิการในประเทศไทย เป็นประเด็นที่รัฐบาลให้สำคัญ โดยรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสให้คนพิการในประเทศไทย กว่า 2 ล้านคน ต้องสามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ มีความภาคภูมิใจในตัวเอง อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ โดยดำเนินนโยบายผ่านทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

การเพิ่มพื้นที่ซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของคนพิการ

ด้วยหลักการข้างต้น รัฐบาลจึงได้มีนโยบายส่งเสริมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการในทุกด้าน โดยเริ่มจากสถานที่ในหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 22,259 แห่ง จากทั้งหมด 43,024 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 51.74 และจัดทำชุมชนต้นแบบที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอิสระของทุกคนในสังคม เพื่อเป็นต้นแบบชุมชนที่คนพิการ และทุกคนในสังคม สามารถดำรงชีวิตและเดินทางได้อย่างอิสระ สะดวก ปลอดภัย รวมทั้ง เพื่อให้เป็นรูปแบบตัวอย่างที่สามารถนำไปขยายผลยังชุมชนต่าง ๆ ได้

ในส่วนของพื้นที่สาธารณะ รัฐบาลได้เร่งจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงสร้างพื้นฐาน ให้ครบทั้ง

76 จังหวัด เช่น ทางลาดสำหรับคนพิการ และแผ่นปูพื้นนำ (เบรลล์บล็อก) ทางสำหรับคนพิการทางการเห็น โดยจะเร่งขยายพื้นที่ในแต่ละจังหวัดให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแนวคิดเมืองที่เป็นมิตรสำหรับคนพิการและคนทั้งมวล

นอกจากนี้ ภาครัฐยังดำเนินการให้มีโครงการการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Universal Design) ร่วมกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ออกแบบปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับทุกคน

ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนพิการ ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิต สามารถใช้งานได้สะดวกปลอดภัยด้วยตัวเอง อาทิ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายสัญลักษณ์ และบริการข้อมูล โดยนำร่องโครงการเมืองที่เป็นมิตรสำหรับคนพิการและคนทั้งมวล จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น กระบี่ สงขลา นนทบุรี พิษณุโลกและอุดรธานี

ด้านการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการจะต้องมีความสะดวก และเหมาะสมกับการดำรงชีวิตและการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ เพื่อให้คนพิการมีสุขอนามัยที่ดี มีความมั่นคงปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และความร่วมมือจากภาคส่วน

ที่เกี่ยวข้อง ในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ซึ่งตั้งแต่ ปี 2554 – ปัจจุบัน ดำเนินการแล้ว จำนวน  16,370 หลัง ทั้งนี้ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) มีเป้าหมายในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ 132,700 หลัง

สิทธิและสวัสดิการ

ในด้านการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิและสวัสดิการ รัฐบาลได้ตั้งศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด 77 ศูนย์ และศูนย์บริการคนพิการทั่วไปอีก 2,474 ศูนย์ ทั่วประเทศ  เพื่อให้คนพิการในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสิทธิและ บริการอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมองค์กรคนพิการให้เข้มแข็ง และมีมาตรฐานในการจัดบริการให้แก่คนพิการ และส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลคนพิการ

ให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการและความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพซึ่งเป็นกระบวนการทางการแพทย์ เช่น การปรับสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม พฤติกรรม สติปัญญา เข้าถึงแหล่งความรู้  และอบรมฝึกฝนอาชีพ รวมทั้งเป็นที่พักพิงในยามจำเป็น

(คู่มือปฏิบัติสำหรับคนพิการ )

ในส่วนของการให้สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองในด้านต่าง ๆ แก่คนพิการ รัฐได้ออกบัตรประจำตัวให้กับคนพิการทั่วประเทศ จำนวน 2,029,462 คน แบ่งเป็น ชาย 1,059,680 คน และหญิง 969,782 คน ช่วยให้คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองในหลายด้าน อาทิ สวัสดิการเบี้ยความพิการ

สิทธิทางการแพทย์ เวชภัณฑ์จำเป็น ยารักษาโรค อุปกรณ์บำบัดรักษาและช่วยฟื้นฟู ด้านการศึกษาที่เหมาะสม ด้านการประกอบอาชีพ รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ในสังคม เช่น ใช้บริการรถขนส่งมวลชนสาธารณะฟรี เพียงแสดงบัตรเท่านั้น (ตรวจสอบสิทธิคนพิการได้ที่ http://dep.go.th/Content/View/1337/2 )

ความช่วยเหลือทางการเงินและการประกอบอาชีพ

ในด้านการช่วยเหลือทางการเงิน รัฐบาลมีการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการให้กับคนพิการ เพื่อ

แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 เห็นชอบการปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท ให้กับคนพิการที่มีบัตรประจำตัว

คนพิการ และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนกว่า 1,103,065 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มเบี้ยความพิการเพิ่มเติมให้กับเด็กพิการทั่วประเทศที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี อีกจำนวนกว่า 126,032 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563)

ทั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ทำให้คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเด็กพิการทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้รับการปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท

สำหรับคนพิการที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้รายละไม่เกิน 120,000 บาท ที่สำคัญคือ ให้ผ่อนชำระคืนได้ภายใน 5 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับอนุมัติเงินกู้ไปแล้วถึง 210,972 ราย เป็นวงเงินกว่า 7,100 ล้านบาท (ปี 2524 – พ.ค. 2563)

แต่ถ้ารวมกันทำงานเป็นกลุ่ม รัฐสนับสนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพให้กลุ่มละ 50,000 บาท โดยมีกลุ่มที่ได้รับสิทธิไปแล้วถึง 766 กลุ่ม พร้อมช่วยสนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพให้สามารถพัฒนาต่อยอด

เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิด้านอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังสนับสนุนให้มีการจ้างงานคนพิการ ผ่านกลไกทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสถานประกอบการจำนวน 14,951 แห่ง มีการจ้างงานคนพิการไปแล้วถึง 51,984 คน ขณะที่หน่วยงานของภาครัฐจ้างงานคนพิการแล้วอีกจำนวน 6,256 คน โดยปี 2563 ตั้งเป้าหมายในการจ้างงานในในสถานประกอบการ จำนวน 50,000 คน และ

ในหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 14,580 คน ( ตลาดแรงงานคนพิการ )

 

การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ท้าทายและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด รัฐบาลได้จัดหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาแก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ 1,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง และการเปิดให้กู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (กรณีฉุกเฉิน) วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันและไม่มีดอกเบี้ย รวมทั้งให้พักชำระหนี้นาน 1 ปีอีกด้วย ( มาตรการเยียวยา www.pmdu.go.th/covid-19-coverage  )

นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ทั้งภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน เพื่อให้เร่งดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง รวมทั้งสิ้น 10,259 โครงการ คิดเป็นเงินกว่า 4.9 พันล้านบาท ปัจจุบันรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2560 – 2564)  เพื่อให้ “คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน”

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ สวัสดิการ หรือการให้ความช่วยเหลือคนพิการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน พม.โทร.1300 หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม และสายด่วนคนพิการโทร. 1479

#PMDU #คนพิการ #สบนร #สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

23 พฤษภาคม 2563/ 435 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

25 ตุลาคม 2563/ 3 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

1 พฤษภาคม 2563/ 295 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 95 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 343 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 593 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

15 เมษายน 2563/ 149 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

16 กรกฎาคม 2563/ 82 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

9 ตุลาคม 2563/ 66 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

15 เมษายน 2563/ 277 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที