“สถานีกลางบางซื่อ” ศูนย์กลางคมนาคมทางราง เชื่อมต่อไทยสู่อาเซียน

ใจความสำคัญ

  • เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ระบบรางของประเทศไทยชะงักงัน รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงยกระดับระบบรางให้มีความสะดวกสบายและรวดเร็ว และสร้าง “สถานีกลางบางซื่อ” ให้เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในย่านอาเซียน เชื่อมโยงทั่วทั้งภูมิภาคและในอนาคตสามารถเชื่อมต่อไปถึงกรุงปักกิ่งได้ด้วยรถไฟความเร็วสูง
  • คาดว่า จะเริ่มทดลองเดินรถที่สถานีกลางบางซื่อได้ในช่วงปลายปีนี้ และเปิดใช้งานในปี 2564 โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คาดการณ์ว่า จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการ 208,000 เที่ยวคน/วัน และเพิ่มเป็น 396,000 เที่ยวคน/วัน ในปี 2575

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ที่เดินทางผ่านย่านหมอชิต จตุจักร หรือ ผู้ที่นั่งรถไฟผ่านสถานีบางซื่อ คงต้องพบเจอการก่อสร้างขนาดใหญ่ บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ มีเครื่องจักรทำงานไม่หยุดหย่อน หลายคนที่ไม่ทราบ คงสงสัยว่า อาคารขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าคืออะไร? 

(ภาพมุมกว้างของสถานีกลางบางซื่อ แสดงให้เห็นถึงความใหญ่โตและทันสมัย)

สิ่งก่อสร้างดังกล่าว แท้จริงแล้ว คือ โครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟแห่งใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมระบบรางที่ดีที่สุดในประเทศไทย แทนสถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือที่เราเรียกติดปากว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง

การก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อนั้น ได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยระหว่างปี 2558 – 2565 โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางของประเทศไทย และในเขตเศรษฐกิจอาเซียน

เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ สถานีกลางบางซื่อจะเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญ ยังจะเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน เพราะได้รวบรวมการเชื่อมต่อทางด้านคมนาคมไว้ที่นี่ ทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ช่วยยกระดับการเดินทางของประชาชนให้มีความสะดวกสบาย และรวดเร็ว โดยไม่ว่าจะเดินทางเข้าพื้นที่ชั้นใน กทม. ย่านการค้า ย่านธุรกิจ จะไปสนามบิน ต่อรถ ต่อเรือ หรือ นั่งรถไฟขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปอีสาน ตะวันตก ตะวันออก สามารถใช้บริการได้ที่สถานีรถไฟแห่งนี้ เรียกได้ว่าสถานีกลางบางซื่อ น่าจะตอบได้ทุกความต้องการด้านการเดินทางของประชาชนทั่วไป

( รถไฟชนิดต่าง ๆ ที่จะให้บริการ ณ สถานีกลางบางซื่อ )

นอกจากนี้ สถานีกลางบางซื่อ ยังจะเป็นจุดการเดินทางเชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียน และสามารถเชื่อมต่อไปถึงกรุงปักกิ่งได้ด้วยรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่จะเชื่อมเข้าลาวที่หนองคาย และไปต่อกับรถไฟความเร็วสูงของจีนไปยังกรุงปักกิ่ง อนาคตสถานีกลางบางซื่อ จึงไม่ต่างจากโตเกียวสเตชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น

(ตัวอย่างชานชลาภายในสถานีกลางบางซื่อ)

การก่อสร้างชุมทางรถไฟแห่งใหม่ของประเทศไทยในครั้งนี้ใช้งบประมาณกว่า 15,988 ล้านบาท ล่าสุด มีความคืบหน้าไปแล้วถึง 98 % โดยคาดว่า จะเริ่มทดลองเดินรถได้ในปลายปีนี้ และเปิดใช้งานในปี 2564 ตามเป้าหมายที่วางไว้แต่แรก โดยจะนำร่องเริ่มเปิดบริการด้านการเดินรถก่อน

โครงสร้างสถานีที่เพียบพร้อม อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

สถานีกลางบางซื่อได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารผู้โดยสารขนาดใหญ่ ตัวอาคารแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนบริการผู้โดยสารซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานี และส่วนบริการรถไฟซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก มีพื้นที่ใช้สอยรวม 274,192 ตร.ม. แบ่งเป็น

ชั้นใต้ดิน จัดให้เป็นลานจอดรถประมาณ 1,700 คัน รองรับการจอดรถทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ชั้นลอย มีพื้นที่รวม 12,020 ตร.ม. เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า และห้องควบคุม ชั้นที่ 1 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์  รถไฟฟ้าความเร็วสูง ขบวนรถทางไกล และเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อ ของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน รวมถึงยังเป็นโถงพักคอยของผู้โดยสารทุกระบบ ซึ่งมีศูนย์อาหาร และร้านค้าให้บริการ

( ผังชั้นที่1 ที่แสดงให้เห็นถึงส่วนต่างๆภายใน )

ชั้นที่ 2 เป็นชานชาลารถไฟทางไกล 8 ชานชาลา และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและสายสีแดงอ่อน 4 ชานชาลา ชั้นที่ 3 เป็นชานชาลารถไฟที่ใช้รางขนาด 1.435 เมตร เพื่อรองรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แอร์พอร์ตลิงก์ 2 ชานชาลา  รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนและสายเหนือ 6 ชานชาลา และสายใต้ 4 ชานชาลา รวม 12 ชานชาลา

(ชานชาลารถไฟความเร็วสูง บริเวณชั้น 3)

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คาดการณ์ว่า เมื่อเปิดให้บริการในปีแรก สถานีกลางบางซื่อจะมีผู้มาใช้บริการ 208,000 เที่ยวคนต่อวัน และเพิ่มเป็น 396,000 เที่ยวคนต่อวัน ในปี 2575

ศูนย์กลางด้านคมนาคมเชื่อมโยงการพาณิชย์

นอกจากจะเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมแล้ว ในอนาคต พื้นที่รอบ ๆ สถานีกลางบางซื่อจะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า บ้านพัก คอนโดมิเนียม สวนสาธารณะ และสถานที่จัดกิจกรรมที่รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน หรือ ที่รู้จักกันใน TOD ซึ่งย่อมาจาก Transit Oriented Development หรือการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน โดยออกแบบพื้นที่รอบสถานีให้ผสมผสานระหว่างศูนย์พาณิชยกรรม ร้านค้า ที่พักอาศัย แหล่งงาน เป็นต้น เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบาย  

ทั้งหมดนี้ เป็นการสร้าง Smart City ที่รวบรวมการเชื่อมต่อทางด้านคมนาคมต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน รวมถึงแหล่งธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย แบ่งออกเป็นโซนอย่างชัดเจน ดังนี้

โซน A  Smart Business Complex เป็นศูนย์กลางของธุรกิจสมัยใหม่แบบครบวงจร เนื้อที่ 35 ไร่

โซน B  ASEAN Commercial and Business Hub ที่พัฒนาเนื้อที่ 78 ไร่ ให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งค้าส่งและค้าปลีกระดับอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า อาคาร สำนักงาน โรงแรม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้ใช้งาน

โซน C  SMART Healthy and Vibrant Town เป็นโซนสำหรับที่อยู่อาศัยและพักผ่อนกว่า 105 ไร่ ซึ่งจะรวมถึงแหล่งพลังงานและสวนสาธารณะในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

โซน D  จุดเปลี่ยนถ่ายการเชื่อมต่อการเดินทางเนื้อที่กว่า 87.5 ไร่ ที่เรียกว่า “World Renowned Garden Interchange Plaza” ซึ่งทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และประหยัดเวลามากขึ้นเป็นเท่าตัว

(แผนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีกลางบางซื่อ)

อีกไฮไลต์หนึ่งของสถานีกลางบางซื่อ คือ จะเป็นสถานีปลอดมลพิษ ให้บริการด้วยรถไฟเฉพาะระบบไฟฟ้าเท่านั้น

ทั้งหมดก็เพื่อทำให้สถานีกลางบางซื่อกลายเป็นศูนย์สำหรับการเชื่อมโยงและธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน หรือ “ASEAN Linkage & Business Hub”

ท่านจะเห็นว่า จากระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย ที่เคยชะงักงันและเดินอย่างเชื่องช้ามาหลายทศวรรษ แต่ปัจจุบัน หนึ่งในนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีผลงานออกมามากมาย ก็คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะด้านคมนาคมระบบราง ซึ่งสถานีกลางบางซื่อ จะนับได้ว่า เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญในการอำนวยความสะดวกและการสร้างความเชื่อมโยงสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *