เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์

งานด้านกฎหมาย, เรื่องในกระแส, 9 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เป็นกฎหมายใหม่ที่มุ่งคุ้มครอง “สัตว์” โดยแบ่งเป็น สัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด
  • จุดประสงค์ของกฎหมาย คือ เพื่อป้องกันการทารุณกรรมสัตว์โดยฝีมือมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์ ที่ปล่อย ละทิ้ง ไม่ดูแลสัตว์ และเพื่อปกป้องมนุษย์จากความเสียหายในทรัพย์สินหรือร่างกายที่เกิดจากสัตว์ด้วยเช่นกัน

 

แม้ชื่อของกฎหมายฟังแล้วเหมือนจะมุ่งการคุ้มครองสัตว์ฝ่ายเดียว แต่หากได้ศึกษาทำความเข้าใจในเนื้อหาของ พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 อย่างจริงจังแล้ว ก็จะพบว่า กฎหมายมุ่งคุ้มครองปกป้องมนุษย์จากสัตว์ไว้ด้วยเช่นกัน และอาจเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของไทย มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 จึงมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่มองต่าง ในเชิงการวิพากษ์ด้านวิชาการ และการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย

กลุ่มคนที่เห็นด้วยสนับสนุนให้มีกฎหมายดังกล่าวมักเป็นคนที่รักสัตว์ มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน และมีส่วนร่วมสนับสนุนการออกกฎหมายและได้อ่านศึกษาเนื้อหากฎหมายมาบ้าง ส่วนกลุ่มคนที่ยังไม่เห็นด้วยนั้นด้วยเหตุเพราะบางคนอ่านเพียงแค่ชื่อของกฎหมายแล้วก็ตีความเลยว่า เมื่อถูกสุนัขมากัดทำร้ายจะไม่สามารถทำร้ายได้เลย บ้างก็มองว่าคนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บทั้งกายและใจยังได้รับการคุ้มครองดูแลน้อยกว่าสัตว์เลี้ยงถูกทารุณทำร้าย บ้างก็มองไปถึงควรจัดระเบียบควบคุมสัตว์เร่ร่อนจรจัดให้เป็นระเบียบ หรือให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรับผิดชอบไม่ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงเสียก่อน แล้วค่อยออกกฎหมายมาบังคับใช้กับคน บ้างก็ได้อ่านกฎหมายแล้วมีความเห็นว่ายังมีจุดโหว่ช่องว่างในการนำกฎหมายไปปฏิบัติ จึงไม่เห็นด้วย และอีกส่วนหนึ่งคนในสังคมขาดการตระหนักรู้ และไม่ให้ความสนใจในกฎหมายดังกล่าวอย่างเพียงพอ ซึ่งจากทัศนคติที่หลากหลายของคนในสังคม การบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชน จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์และสร้างการตระหนักรู้ ให้เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น

เป็นระยะเวลา 6 ปีกว่า ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ปัจจุบัน ยังพบการทารุณกรรมสัตว์ในไทยปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ ๆ มีทั้งการทารุณกรรมสัตว์ด้วยความโมโหร้าย การฆ่าหรือทำร้ายสัตว์เพื่อปกป้องทรัพย์สินของตนเอง เพื่อเป็นอาหาร หรือเพราะถูกรบกวนทำให้เดือดร้อนรำคาญ โดยมีมุมมองว่าสัตว์เป็นทรัพย์สินที่ตนครอบครองจะทำอย่างไรก็ได้ เช่น ฆ่าสุนัขแล้วผูกกับรถยนต์ลากไปตามทาง อันเป็นวิธีที่โหดร้ายทารุณมาก การทารุณกรรมสัตว์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ข้างต้นนั้น ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะแนวคิดแบบเดิม ๆ ที่มองว่า สัตว์คือทรัพย์สิน เป็นสิ่งของ และมนุษย์ย่อมเป็นใหญ่กว่าสัตว์ทั้งปวง

กฎหมายก็ให้มนุษย์มีสิทธิในการต่อสู้ป้องกันตัวได้ตามสมควรแก่เหตุเช่นกัน ประชาชนคนทั่วไปจึงควรศึกษาทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระในเบื้องต้นโดยเฉพาะส่วนสำคัญ 4 ประการ ดังนี้

– สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครอง หมายถึงสัตว์ประเภทใดบ้าง

– การทารุณกรรมสัตว์ หมายความว่าอย่างไร

– การกระทำอย่างไรที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์

– เจ้าของสัตว์ต้องดูแล รับผิดชอบสัตว์ อย่างไรจึงจะถือว่าไม่ไม่ปล่อยปละละเลย

สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มีนิยามที่มุ่งคุ้มครอง “สัตว์ที่โดยปกติเลี้ยงไว้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

 

การทารุณกรรมสัตว์

มาตรา 20 “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร” ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในมาตรา 3 กำหนดนิยามคำว่าการทารุณกรรม” แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • เป็นการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์นั้นตาย และ
  • ให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้อง เพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร หรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ

การกระทำที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์

 

นอกจากนี้ มาตรา 21 ได้บัญญัติว่าการกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ได้แก่

(1) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร แต่หมายรวมถึงเฉพาะสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อใช้เป็นอาหาร เช่น สุกร ไก่

(2) การฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์

(3) การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

(4) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่สามารถ เยียวยา หรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน

(5) การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมความเชื่อทางศาสนา

(6) การฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์ หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน

(7) การกระทำใด ๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์

(8 การตัด หู หาง ขน เขา หรืองา โดยมีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ หรือการดำรงชีวิตของสัตว์

(9) การจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณีท้องถิ่น

(10) การกระทำอื่นใดที่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้เป็นการเฉพาะ

(11) การกระทำอื่นใดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

 

 

ผู้เป็นเจ้าของสัตว์ต้องดูแล ไม่ปล่อยทิ้ง

แม้ว่ากฎหมายจะมุ่งเอาผิดกับผู้ที่ทารุณกรรมสัตว์ แต่ในส่วนของผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง นั้น กฎหมายก็เอาผิดด้วยเช่นกันโดยเฉพาะหากผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์ ปล่อย ละทิ้ง ไม่ดูแลสัตว์ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งจะมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ถือได้ว่าเป็นกฎหมายอีกฉบับที่สร้างคุณธรรมความดีให้เกิดกับจิตใจของมนุษย์ นำไปสู่การปฏิบัติต่อสัตว์ด้วยความเมตตากรุณา ซึ่งจะทำให้ผู้คนในสังคมมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี จิตใจอ่อนโยน เป็นรากฐานให้คนและสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

 

ตัวอย่างคดีที่น่าสนใจ

จนถึงปัจจุบัน มีคดีการทารุณกรรมสัตว์หลายคดีที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษแล้ว เกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ของคนในสังคมไทย ที่จะต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลี้ยงดูและปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงด้วยความรับผิดชอบ และคำนึงถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์เลี้ยง โดยมีคดีที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนสูงและเคยได้รับการเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เช่น

กรณีที่ 1 ใช้มีดฟันที่ใบหน้าสุนัข: เหตุเกิดที่ จ.หนองคาย นาย ก. ได้ใช้มีดฟันที่ใบหน้าสุนัขของเพื่อนบ้านเป็นแผลฉกรรจ์ โดยให้การรับว่าได้กระทำผิดจริง แต่มีเหตุผลว่าสุนัขตัวดังกล่าวจะเข้าไปกัดไก่ของตนเอง จึงขว้างมีดไปที่สุนัข ไม่ได้หวังจะฆ่าให้ตาย คดีนี้ศาลตัดสินว่านาย ก. กระทำการทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

กรณีที่ 2 ใช้ยาพิษฆ่าสุนัข: เหตุเกิดที่ จ.ตาก นาย ก. ได้วางยาเบื่อสุนัขของผู้อื่นจนเสียชีวิตไป 4 ตัว ศาลตัดสินว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์และทำให้เสียทรัพย์ และเนื่องจากนาย ก. ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาจึงให้จำคุก 4 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษจำให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

กรณีที่ 3 ฆ่าสุนัขและถ่ายคลิปวีดิโอเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก: เหตุเกิดที่ จ.มุกดาหาร นาย ก. เป็นผู้ฆ่าสุนัข นาย ข. เป็นผู้โพสต์คลิปฆ่าสุนัขลงในเฟซบุ๊ก ศาลตัดสินลงโทษนาย ข. คนโพสต์ จำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำให้รอการลงโทษ ส่วนนาย ก. คนฆ่าสุนัข จำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยไม่รอลงอาญา

กรณีที่ 4 ฆ่าชำแหละสุนัขเพื่อจำหน่าย: เหตุเกิดที่ จ.หนองคาย นาย ก. ได้ทำการฆ่าสุนัขจำนวน 14 ตัวแล้วชำแหละแยกชิ้นส่วนบรรจุในถุงพลาสติก นำไปจำหน่ายให้กับผู้ที่นิยมบริโภคเนื้อสุนัข ศาลลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาท ให้การรับสารภาพโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

กรณีที่ 5 จับสุนัขโยนลงจากตึกสูงจนตาย: เหตุเกิดที่กรุงเทพฯ นาย ก. ให้การว่า อยู่ร่วมห้องเดียวกันกับ น.ส. ข. เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวขับถ่ายไม่เป็นที่ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่วห้อง สิ่งของภายในห้องกระจัดกระจายทั้งบนพื้นและเตียงนอน มีรอยเท้าสุนัขและอุจจาระปรากฏอยู่ จึงโยนทรัพย์สินสิ่งของของ น.ส. ข. ออกไปนอกห้อง และจับสุนัขโยนออกนอกระเบียงไปด้วย ศาลตัดสินลงโทษนาย ก. จำคุก 4 เดือน ให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 เดือน แต่เนื่องจากเป็นพฤติกรรมทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานและเจ็บปวดจนตาย ไม่มีเหตุให้ลดโทษให้ และไม่รอการลงโทษ

กรณีที่ 6 ใช้ปืนยิงสุนัข: เหตุเกิดที่กรุงเทพฯ นาย ก. ใช้อาวุธปืนยิงสุนัขบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าเคยถูกสุนัขตัวดังกล่าวไล่กัดผู้อื่นรวมถึงตนเองขณะขี่จักรยานยนต์กลับบ้านหลายครั้ง และในวันเกิดเหตุก็ถูกสุนัขไล่กัดอีก จึงโมโหก่อเหตุยิงสุนัขตัวดังกล่าว ศาลตัดสินว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ , พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ พ.ศ. 2557 รวมโทษจำคุก 14 เดือน ปรับ 7,500 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

กรณีที่ 7 ใช้เหล็กตีและใช้มีดแทงสุนัข: เหตุเกิดที่ กรุงเทพฯ นาย ก. ได้ใช้ท่อนเหล็กตีทำร้ายและใช้มีดแทงสุนัขของ นาย ข. จนตาย พิพากษาให้จำคุก 4 เดือน ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 เดือน แต่เป็นการกระทำอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงไม่รอการลงโทษ อย่างไรก็ตาม นาย ก. กระทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่บุตรสาวเคยถูกสุนัขกัด จึงก่อเหตุไปเพราะบันดาลโทสะ จึงเปลี่ยนโทษจำคุกให้เป็นโทษกักขัง นาย ก.ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวและอุทธรณ์คำพิพากษา

กรณีที่ 8 ฆ่าแมวที่รับมาอุปการะ: เหตุเกิดเมื่อ 15 ส.ค. 2559 ที่กรุงเทพฯ นาย ก. ได้รับอุปการะแมวที่มีคนประกาศหาคนเลี้ยงทางอินเทอร์เน็ต แต่จากการตรวจสอบพบซากลูกแมวในสภาพต่าง ๆ ที่เชื่อว่าถูกทารุณกรรมจนตาย ใส่ถุงมาทิ้งขยะ รวม 9 ตัว ศาลตัดสินว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ พ.ศ.2557 ลงโทษจำคุก 9 กระทง ๆ ละ 4 เดือนเป็นเวลา 36 เดือน ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดกระทงละกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 9 กระทงๆ ละ 2 เดือน รวมจำคุก 18 เดือน จากรายงานการสืบเสาะ นาย ก. เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงไม่มีเหตุรอกการโทษ  คืออะไรคะ นาย ก. ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว และต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

กรณีที่ 9 ทุบตีจับสุนัขกดจมน้ำแต่ไม่ถึงตาย: เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี นาย ก. เป็นเจ้าของเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบุล พบว่า สุนัขกัดรองเท้าและข้าวของเสียหาย จึงได้ทำร้ายเพื่อสั่งสอนด้วยการใช้รองเท้าตีที่ปากสุนัข นำถุงดินปุ๋ยทุ่มใส่สุนัข แล้วจับสุนัขกดหัวให้จมน้ำ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้จดจำ ศาลตัดสินว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ และให้มอบสุนัขของกลางให้มูลนิธิศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดจังหวัดชลบุรีเป็นผู้ครอบครองและดูแลแทน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์นั้นเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ในชั้นตำรวจ ทุกคดีต้องถูกทำเป็นสำนวนและนำเข้าสู่ศาลเพื่อพิพากษาตัดสินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

เราทุกคนในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในความดูแล หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ตาม ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ข้างต้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาทำความเข้าใจในเบื้องต้นถึงบทบัญญัติของข้อห้าม และข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญ จากตัวอย่างคดีที่เกิดแล้วจริงข้างต้น

สำหรับคดีล่าสุดที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก คือ คดีพี่เตี้ย มช. นั้น ขณะนี้ สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ผลเป็นอย่างไร จะได้แจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

 

………………………………………………………………

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (2559). 1 ปี กับกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์. สืบค้น: https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2559/mar2559-6.pdf

สถาบันพระปกเกล้า (2562). ปัญหาเกี่ยวกับการใช้บังคับของพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557. สืบค้น: http://kpi.ac.th/knowledge/book/data/892?page=4

ภาพประกอบ สืบค้น: http://infographic.in.th/infographic/category/law

 

9 กรกฎาคม 2563/ 189 Views/ เวลาอ่าน 14 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

19 เมษายน 2563/ 173 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 199 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 62 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

5 พฤษภาคม 2563/ 161 Views/ เวลาอ่าน 13 นาที

30 กรกฎาคม 2563/ 999 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

28 พฤษภาคม 2563/ 530 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

24 กรกฎาคม 2563/ 58 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 152 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

22 เมษายน 2563/ 491 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที