8 มาตรการบริหารน้ำ แก้ภัยแล้ง-ป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจ, 1 กรกฎาคม 2563

ใจความสำคัญ

  • พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 21 หน่วยงาน ใน 10 กระทรวง เร่งดำเนินการแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) เพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งบรรเทาทุกข์ประชาชนทั่วประเทศ ผ่าน 21 รวมเป็นการดำเนินการทั้งสิ้น 16,035 โครงการ คาดว่าในปี พ.ศ. 2564 จะเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนอีก 1,458 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 1,612,202 ไร่ และช่วยป้องกันน้ำท่วมได้ 3,439,016 ไร่
  • ทุกโครงการอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนของรัฐบาล โดยกรมชลประทานดำเนินโครงการผันน้ำเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การจัดหาแก้มลิงรับน้ำหลาก หรืออุโมงค์ผันน้ำ ตลอดทั้งจัดหาน้ำต้นทุน (คือ น้ำที่กักเก็บอยู่บนผิวดิน) เพื่อให้ได้กว่า 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ในระยะแผน 20 ปี

หลังจากที่เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)ได้ประกาศว่า ประเทศไทยถึงการสิ้นสุดฤดูแล้งเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนทั่วประเทศต่างโล่งใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่งเพราะพ้นภัยแล้ง แต่กลับสร้างความกังวลตามมา เพราะเมื่อเข้าฤดูฝนก็คงหนีไม่พ้นต้องเผชิญภัยกับน้ำท่วมในขางพื้นที่ดังเช่นทุกปี และบ้างก็กังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยน้ำท่วมครั้งใหญ่ดังเช่นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งหนักสุดเมื่อปี 2562 ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งจังหวัดและสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาท

ฤดูแล้งที่ผ่านมา จากการที่ต้องต่อสู้ในการบริหารจัดการ “น้ำน้อย” เข้าหน้าฝน ปีนี้ต้องหันมาต่อสู้กับ “น้ำมาก”แทน แต่ทั้งสองปัญหานี้  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เตรียมแผนการรับมืออย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญมากกับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยมอบหมายให้ กอนช. เร่งดำเนินการฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพแหล่งเก็บกักน้ำ รวมทั้งให้มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างสอดคล้องกับกิจกรรมการใช้น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่อย่างครอบคลุม

8 มาตรการสำคัญเพื่อรับสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝน

กอนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำแนวทางดังกล่าวมาผนวกรวมเป็น 8 มาตรการสำคัญเพื่อรับสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝน ตลอดทั้งได้ลงมือดำเนินการล่วงหน้าไปแล้วหลายส่วนและได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับฤดูฝน ปี 2563 เพื่อดำเนินมาตรการเชิงป้องกันและลดผลกระทบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด ดังนี้

  1. การคาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม โดยใช้ข้อมูลฝนคาดการณ์รายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ในระบบ ONE MAP ร่วมกับข้อมูลทางกายภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เส้นทางลำน้ำ และข้อมูลพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยที่หน่วยงานจัดทำไว้ อาทิ พื้นที่แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ (Area Based) สถานีเฝ้าระวังน้ำท่วมในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2563 พื้นที่การเตือนภัยน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากต่อเนื่อง 5 ปี (ปี 2556 – 2560)
  2. การปรับแผนการเพาะปลูกพืช โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น ทุ่งบางระกำ มีการปรับแผนการปลูกข้าวนาปีเร็วขึ้น รวมพื้นที่ 0.265 ล้านไร่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวทันก่อนฤดูน้ำหลาก และปรับเป็นพื้นที่รับน้ำได้ได้จำนวน 550 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
  3. การจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ เพื่อกำหนดเกณฑ์การระบายน้ำตามการคาดการณ์สภาพฝนในปีนี้ให้กับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงขนาดกลาง ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงสถานีวัดน้ำฝน สถานีวัดน้ำท่า และสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ สำหรับหน่วยงานใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  4. การตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และสถานีโทรมาตร โดยปัจจุบันมีสถานีในความดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) รวม 1,317 สถานี โดยได้รับการตรวจสอบซ่อมแซมเรียบร้อยเกือบทั้งหมด 100%
  5. การตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบทั่วประเทศ 625 แห่ง มีการปรับปรุงแก้ไขมิให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำแล้ว 186 แห่ง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  6. การสำรวจแม่น้ำคูคลอง และดำเนินการขุดลอก กำจัดผักตบชวา โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรัดดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับนายอำเภอในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ ให้เร่งรัดติดตามการจัดเก็บผักตบชวาในแหล่งน้ำด้วยเรือท้องแบนที่ได้จัดซื้อไว้แล้ว โดยขอให้ท้องถิ่นมีการจัดเก็บทุกวันอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการกำจัดวัชพืช ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 11 พฤษภาคม 2563 ดำเนินการแล้วกว่า 2 ล้านตัน ขณะเดียวกัน ยังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดขยะในชุมชนเมือง รวมถึงรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ คลอง และท่อระบายน้ำ ที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำด้วย
  7. เตรียมความพร้อมเครื่องจักร หน่วยงานต่าง ๆ ได้ตรวจสอบเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดอุทกภัยจำนวนรวม 7,661 เครื่องมือ และได้ดำเนินการบำรุงรักษาให้พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว
  8. สร้างการรับรู้กับประชาชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมถึงเครือข่ายคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

หลังจากนี้อุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลว่าตามการพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้า 6 เดือน มีตัวบ่งชี้ของสภาพฝนปี 2563 ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกต่อเนื่อง ตกหนักบางพื้นที่ และครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะปลายเดือน กรกฎาคม- ตุลาคม 2563 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะเกิด “พายุหมุนเขตร้อน” ฝั่งทางคาบมหาสมุทรแปซิฟิก 1-2 ลูก ซึ่งลูกแรก คาดว่าจะเกิดขึ้นในกลางเดือน สิงหาคม 2563 นี้ จากนั้นจะทิ้งช่วงระยะห่างราว 1–2 เดือน ก็จะเกิดพายุลูกที่สองตามมา

เขื่อนขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ยังรองรับปริมาณน้ำฝนได้อีก

แต่ยังไม่น่าห่วง เพราะเขื่อนขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ยังมีพื้นที่ว่างที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนได้อีกมาก ภาคเหนือจะมีปัญหาหนักในจังหวัดน่าน เพราะสภาพพื้นที่เป็นภูเขาหัวโล้น ทำให้น้ำป่าหลากไหลลงมาเร็ว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีปัญหาในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะ จังหวัดนครพนม ส่วนในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำเหมือนเดิม การบริหารจัดการน้ำคงไม่สามารถที่จะเอาพื้นที่ 12 ทุ่ง จำนวน 1.15 ล้านไร่ มาทำเป็นแก้มลิงเก็บน้ำ 1,500 ล้าน ลบ.ม.ได้ เนื่องจากภัยแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทานไม่สามารถส่งน้ำมาให้เกษตรกรทำนาเร็วกว่าฤดูในเดือนพฤษภาคม คงต้องปรับวิธีแก้ปัญหาต่อไป

กรุงเทพฯ พร้อมรับมือกับน้ำ

ส่วนน้ำจะหลากไหลบ่ามาท่วมถึงพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยาอย่างกรุงเทพฯ ได้หรือไม่นั้นทาง กอนช. ยืนยันปัญหาคงไม่หนักเท่าน้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 2554 เพราะปีนี้ได้นำจุดบกพร่องในอดีตมาแก้ไขให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะอุปสรรคปัญหาการระบายน้ำทำได้ช้า ในส่วนของผักตบชวา ตัวการสำคัญทำให้น้ำไหลได้ช้าลง 40% ถูกกำจัดไปแล้วกว่า 90% สิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างอื่น ถนน คอสะพาน สิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ 625 แห่ง มีการแก้ไขไปแล้ว 186 แห่ง

ขณะเดียวกัน ยังมีการขุดลอกคูคลองเตรียมรับน้ำหลากไปแล้วในหลายพื้นที่ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีจิตอาสามาช่วยขุดลอกท่อคูคลองไปแล้วเป็นระยะทางกว่า 3,000 กม. พร้อมมีการตรวจสอบเพื่อเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบระบายน้ำ ที่มักจะมีปัญหาไฟดับ ไฟไม่พอ เครื่องสตาร์ทไม่ติด ซึ่งในปีนี้ได้เตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาหมดแล้ว

พร้อมรับมือกับฤดูฝนด้วยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ

นอกจากนี้ กรมชลประทานที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งโครงการผันน้ำเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การจัดหาแก้มลิงรับน้ำหลาก หรืออุโมงค์ผันน้ำ ทั้งหมดกรมชลประทานได้มีการดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี เพื่อจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่ม ให้เป็นไปตามแผนกว่า 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในระยะแผน 20 ปี

โดยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ กรมชลฯ ได้วางโครงการไว้หลายโครงการทั้งที่กำลังก่อสร้างและอยู่ระหว่างการศึกษา เช่น โครงการผันน้ำแม่ยวม เติมเขื่อนภูมิพล ปีละ 1,800 ล้าน ลบ.ม. อยู่ระหว่างการศึกษาของฝ่ายวิชาการ โครงการอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง-แม่งัด -แม่กวง จ.เชียงใหม่ (2559-64) อยู่ระหว่างก่อสร้าง ภาพรวมปัจจุบันมีความก้าวหน้า 42% จะเพิ่มน้ำต้นทุนในเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ปีละประมาณ 160 ล้าน ลบ.ม. รองรับการใช้น้ำในอนาคตที่เพิ่มขึ้น 173 ล้านลบ.ม. ต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า สำหรับการขยายตัวของเขตเมือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ในเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงบรรเทาอุทกภัยเมืองเชียงใหม่

สำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงประตูระบายในบริเวณปากแม่น้ำ ที่บรรจบแม่น้ำโขง ปัจจุบันมีการดำเนินการแล้วตั้งแต่ปากแม่น้ำเลย แม่น้ำมูล และบางจุดจะมีขุดลอกแก้มลิงธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำเพื่อกักน้ำในฤดูแล้ง เช่นเดียวกับการจัดหาพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่รองรับน้ำหลาก เช่น บางระกำโมเดล จังหวัดพิษณุโลก ทางกรมชลฯ ได้มีการวางโครงการเพื่อเป็นแก้มลิงเก็บน้ำ เช่น การเตรียมทุ่งเจ้าพระยา 22 จังหวัดภาคกลางเป็นแก้มลิงธรรมชาติเพื่อบริหารน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา การขุดลอกบึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ รวมถึงการทำแก้มลิงขนาดเล็กกระจายในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล เป็นต้น

ในส่วนภาคใต้มีโครงการระบายน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยในหลายจังหวัด มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำในปลายคลองของแต่ละโครงการเพื่อกักน้ำไว้ในฤดูแล้ง เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา และรอบทะเลสาบสงขลามีการจัดหาพื้นที่ทำแก้มลิงขนาดเล็กเพื่อกักเก็บน้ำจืด โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง โครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุ่มดวง จ.สุราษฎร์ธานี โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ผ่านเข้าเมืองเกิน 150 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งเป็นศักยภาพของแม่น้ำในช่วงผ่านตัวเมืองเพชร ล่าสุดคืบหน้ากว่า 90 %

การมองไปข้างหน้าและเตรียมความพร้อมอย่างบูรณาการ

รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้าอย่างบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยการเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การผันน้ำ ช่วยป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัย อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วยแผนงานจาก 21 หน่วยงาน ใน 10 กระทรวง จำนวน 16,035 โครงการ ทั้งนี้ เมื่อโครงการดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนอีก 1,458 ล้าน ลบ.ม. ในปี พ.ศ. 2564 คิดเป็นพื้นที่รับประโยชน์ 1,612,202 ไร่ และมีครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ถึง 1,597,516 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับการป้องกัน 3,439,016 ไร่ และพื้นที่ที่ดำเนินการป้องกันตลิ่งอีก 255 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันหลายโครงการอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ตามแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (2561-2580)  แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนอย่างยั่งยืน

1 กรกฎาคม 2563/ 65 Views/ เวลาอ่าน 11 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

13 มิถุนายน 2563/ 133 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

10 เมษายน 2563/ 169 Views/ เวลาอ่าน 1 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 68 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

23 กรกฎาคม 2563/ 674 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

31 สิงหาคม 2563/ 30 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

18 มิถุนายน 2563/ 1156 Views/ เวลาอ่าน 12 นาที

1 กรกฎาคม 2563/ 113 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

11 สิงหาคม 2563/ 38 Views/ เวลาอ่าน 4 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 217 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที