สร้างอาชีพทำเงินได้ด้วย 5 อุตสาหกรรมครัวเรือน

พร้อมรับมือโควิด-19, ช่องทางสร้างรายได้, 28 เมษายน 2563

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อครั้งวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 ได้เกิดมิติใหม่ของการค้าขายที่เรียกว่า เปิดท้ายขายของจากบรรดาพนักงานประจำที่ถูกลอยแพ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ในตอนนั้น สิ่งที่ทำให้คนไทยผ่านพ้นมาได้ คือ ไม่ท้อแท้และ ไม่ท้อถอย

แม้ว่ายุคนั้นการใช้อินเตอร์เน็ตยังไม่เป็นที่แพร่หลาย โทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องอย่างเช่นในวันนี้ ช่องทางของการค้นหาอาชีพในสมัยก่อนก็ไม่มีกูเกิลคอยสอน มีเพียงสถาบันฝึกสอนอาชีพ รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ซึ่งสมัยนั้นมีหนังสือและคอลัมน์แนะนำอาชีพเกิดขึ้นมากมาย

มาถึงวันนี้ วิกฤติโรคระบาดเดินทางมาถึงโลกมนุษย์พร้อมกับปิดช่องทางการพบปะของผู้คน แต่วันนี้ ข้อมูลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) รายงานว่า มีคนไทยใช้อินเตอร์เน็ตราว 50 ล้านคน เฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อคนเลยทีเดียว ทางออกใหม่นี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างโอกาสให้กับใครหลายคนที่ไม่ย่อท้อต่อความท้าทายที่เราทุกคนกำลังเผชิญ และบริการที่เติบโตมากคือการสั่งสินค้าและอาหารออนไลน์ที่แสดงให้เห็นถึงโอกาสรอดของคนค้าขายในวันนี้

แต่จะขายอะไรให้เข้ากับความต้องการของตลาด ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้แนะนำแนวทางสร้างอาชีพด้วยอุตสาหกรรมครัวเรือน 5 ประเภทที่น่าสนใจ ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยอย่าง SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่ว่างงานอยู่รอดให้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะรายงานจากสำนักงานประกันสังคมบอกว่า วิกฤตไวรัสโควิด-19 ทำให้มีคนตกงาน ว่างงาน ถูกพักงาน สูญเสียรายได้ไป 6 แสนกว่าคน ยังไม่นับรวมแรงงานอิสระอีกเป็นล้านที่กำลังตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน

คำว่า “อุตสาหกรรมในครัวเรือน” อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ สินค้าที่ทำกันเองได้ภายในบ้านของเราเอง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ถนัด หรือมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยทาง กสอ. ได้แนะนำไว้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “ปั้น ปรุง เปลี่ยน SME ให้ดีพร้อม (DIProm)” ประกอบด้วย

1.ต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารด้วยเทคโนโลยี

อาหารคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต และเป็นสินค้าแรกๆ ที่คนนึกถึงในการประกอบอาชีพเสริม แต่ กสอ. แนะนำเพิ่มเติมว่า ให้มองไปที่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเป็นอาหารแปรรูป เพื่อต่อยอดมูลค่าของสินค้าภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการกระจายผลผลิตทั้งในและต่างประเทศ และควรทำให้เป็นอาหารที่เก็บรักษาได้นานๆ แม้อยู่ในอุณหภูมิปกติ รักษากลิ่น สี รสชาติ เอาไว้ด้วยการใช้เทคโนโลยี ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้ได้ในโครงการส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปแบบครบวงจรที่ กสอ. จะมีเปิดอบรมภายในปีนี้

2.แปรรูปผลไม้ ใช้วิตามินซีบุกตลาด

อาจจะดูคล้ายๆ กับข้อแรก แต่แตกต่างที่การนำเสนอ เพราะหากจะทำให้ตอบรับกับความต้องการของตลาดในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ก็ต้องมองหาผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ผัก-ผลไม้ไทยที่มีวิตามินซีสูงก็มีอยู่หลายชนิด อาทิ ส้ม ฝรั่ง มะนาว เสาวรส ลูกหม่อน มะม่วงหาวมะนาวโห่ ผักหลากสี ฯลฯ หากคั้นน้ำขายด้วยขั้นตอนที่ถูกต้องตามโภชนาการ ในส่วนนี้ทาง กสอ. ก็มีการเตรียมงบเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในปีนี้ด้วย โดยคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปออกมาในท้องตลาดประมาณ 200 ผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว

3.แปรรูปสมุนไพร ของดีเมืองไทยที่ใครๆ ก็ยอมรับ

เป็นอีกกลุ่มดาวรุ่งที่ยังมีแนวโน้มเติบโตด้วยดี เนื่องจากความนิยมในผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติสอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนก็หาพืชสมุนไพรได้ไม่ยาก แถมยังมีเป็นจำนวนมากหลากหลายชนิด  สามารถปลูกหรือรับซื้อจากเกษตรกรได้ในปริมาณมากที่อยู่ในความสนใจของคนไทยในวันนี้อย่างฟ้าทะลายโจร ก็นำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริมได้ นอกจากนั้น ยังมีของใช้ที่มีความจำเป็นอย่าง สบู่เหลวล้างมือ สบู่อาบน้ำ แชมพู ล้วนแล้วแต่นำสมุนไพรมาแปรรูปได้ทั้งสิ้น

4.ปรับโหมดสิ่งทอสู่หน้ากาก-เส้นใยธรรมชาติ

หลายคนบอกว่า สิ่งทอตอนนี้ทำไปแล้วจะขายใคร ก็ต้องดัดแปลงจากรูปแบบเดิมๆ โรงงานสิ่งทอหรือใครที่มีฝีมือในการเย็บผ้า ตอนนี้ก็หันมาผลิตหน้ากากอนามัย แนะนำว่า ให้เลือกใช้ผ้ามัสลินเพราะมีประสิทธิภาพในการป้องกันละอองฝอยได้ดี โดยในตอนนี้ กสอ. ระบุว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอไทยมีกำลังการผลิตหน้ากากผ้าได้มากกว่า 187,000 ชิ้นต่อวัน ซึ่งเชื่อว่าหน้ากากผ้าจะเป็นสินค้าจำเป็นของคนไทยไปอีกนาน แม้จะหมดวิกฤติไวรัสโควิด-19 ก็ยังต้องต่อสู้กับวิกฤติฝุ่น PM 2.5 กันต่อ และในอนาคตเชื่อว่าคนไทยจะหันมาสนใจเรื่องสุขลักษณะมากขึ้น จะเป็นหวัด จาม ไอ ก็อยากให้ใส่หน้ากากปกป้องไม่ให้เชื้อโรคไปติดใคร  นอกจากหน้ากากผ้าแล้ว การใช้เส้นใยจากธรรมชาติมาใช้ เป็นอีกกระแสที่น่าสนใจของธุรกิจสิ่งทอในโลกวันนี้ด้วย

5.กลุ่มงานคราฟท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันงานหัตถกรรมของไทยที่มาจากแต่ละชุมชนได้รับการต่อยอดและพัฒนาจากคนรุ่นใหม่ ทำให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ผลงานอันเป็นที่ต้องการของตลาดในวันนี้คือสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมืองไทยเรามีภูมิปัญญาในการทำงานฝีมืออยู่มาก แตกต่างกันไปตามวัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น หากเสริมความใส่ใจด้วยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต ต่อยอด “วัตถุดิบท้องถิ่น” สู่ “งานคราฟท์รักษ์โลก” เสริมไอเดียในรูปแบบที่น่าสนใจ ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตไปได้อีกนาน

จากต้มยำกุ้งมาถึงโควิด วันนี้เราไม่ต้องออกไปเตร็ดเตร่เร่เปิดท้ายขายของกันให้เสียเวลาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะเรามีประตูใบใหญ่ที่เชื่อมหาลูกค้าได้ทั่วโลกอย่างอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเลือกใช้ช่องทางไหน เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (LINE) ไอจี (Instagram) หรือจะรีวิวผ่านแอป ติ๊กต๊อก (TikTok) ที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้ ผู้สูงวัยที่ทำไม่เป็นก็ต้องให้ลูกหลานช่วยแนะนำ ขอเรี่ยวขอแรงคนในครอบครัวช่วยถ่ายรูปสวยๆ มีการลงสินค้าพร้อมราคาอย่างสม่ำเสมอ การส่งสินค้าก็ทำได้สะดวกจากบริการขนส่งพัสดุและเดลิเวอรี่ แต่สิ่งสำคัญที่ลูกค้าต้องการมากในตอนนี้คือเรื่องของความสะอาด หากท่านจะเผยแพร่ถึงเบื้องหลังที่มีการป้องกันเป็นอย่างดีให้ทราบได้ด้วย ก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

กลุ่มผู้ประกอบการหรือใครก็ตามที่สนใจเรื่องการค้าขายทางออนไลน์ สามารถเรียนรู้ได้จากโครงการ “ปั้น SMEs ค้าออนไลน์สู้วิกฤติโควิด-19”  อาทิ การกระตุ้นยอดขายด้วยกูเกิลแอดเวิร์ด (Google Adwords) การขายสินค้าผ่านยูทูป (YouTube) และเทคนิคกระตุ้นยอดขายด้วยภาพถ่ายและวีดีโอ  เปิดอบรมด้วยการถ่ายทอดสดไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2563  ทุกวันศุกร์เวลา 09.00–16.00 น. รับชมได้ทางเฟซบุ๊กเพจกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ. หรือ DIP)

วิกฤติต้มยำกุ้งครั้งที่ผ่านมาได้สร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับวิกฤติให้ใครหลายคนมาแล้ว ส่วนใครที่เกิดไม่ทันวิกฤติต้มยำกุ้ง ก็ถือว่านี่คือการทดสอบฝีมือและวัดใจของพวกเราทุกคน เชื่อว่ารอบนี้ ทุกคนก็จะร่วมต่อสู้และผ่านไปด้วยดีเช่นกัน

28 เมษายน 2563/ 715 Views/ เวลาอ่าน 7 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

27 มีนาคม 2563/ 115 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

1 สิงหาคม 2563/ 27 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

22 เมษายน 2563/ 91 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

15 เมษายน 2563/ 180 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 522 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

9 กรกฎาคม 2563/ 99 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

15 เมษายน 2563/ 98 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

17 พฤษภาคม 2563/ 114 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

13 มิถุนายน 2563/ 39 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

สถานการณ์
โควิด-19