ปั้น 3 แพ็คเกจ ฟื้นท่องเที่ยวในประเทศ

พร้อมรับมือโควิด-19, ช่องทางสร้างรายได้, 19 มิถุนายน 2563

ใจความสำคัญ

  • ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว การท่องเที่ยวในประเทศถือเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ เนื่องจากสามารถกระจายรายได้ไปยังหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในระดับชุมชนอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งภาวะปกติและในภาวะวิกฤติ เช่น มาตรการชิมช้อปใช้ที่สร้างเงินหมุนเวียนได้ 8 หมื่นล้านบาท
  • ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ก็เช่นกัน รัฐบาลได้ออกมาตรการ “เที่ยวปันสุข” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทาง ผ่าน 3 แพ็คเกจ ทั้งส่วนลดค่าที่พักและการเดินทาง ตลอดจนมีเงินสนับสนุนการใช้จ่าย เพื่อฟื้นความสุขให้กับประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการแสดงคำขอบคุณต่อบุคลากรแนวหน้าที่ร่วมต่อสู้กับไวรัสโควิด-19
  • ททท. ยังไม่ได้กำหนดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นสำหรับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ปัจจุบัน พบว่า มีผู้จดทะเบียนใช้ชื่อโดเมนเว็บไซต์ที่ตรงกับชื่อของโครงการ เช่น “www.เที่ยวปันสุข.com” ททท. ขอยืนยันว่าชื่อโดเมนเว็บไซต์ดังกล่าว ไม่ใช่ของ ททท.

ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวจากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญมากของไทยมาโดยตลอด แม้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ แต่ยังมีภาคการท่องเที่ยวในประเทศ หรือ “ไทยเที่ยวไทย” ที่จะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับคืนมาได้ ในภาวะที่ประเทศยังต้องพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้แม้ว่าจะยังคงต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพ

เพราะการท่องเที่ยวไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง มีแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอันหลากหลายที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ในภาคการผลิตและภาคการบริการที่มีความชำนาญและมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นฟันเฟืองที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับแรงงานท้องถิ่น และชาวบ้านในชุมชน อันเป็นฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการกระตุ้น การท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านมาตรการส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นต้น รวมทั้งยังนำกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวมาช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ซบเซา เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจากพิษสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ในปี 2562 รัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศด้วยการสร้างแรงจูงใจในการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “ชิมช้อปใช้”  เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดและการใช้จ่ายต่อเนื่อง  และยังมีการต่อยอดสู่โครงการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” รวมทั้ง “เที่ยวธรรมดาราคาช็อกโลก” ซึ่งแต่ละโครงการมีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลไปยังฐานรากได้เป็นอย่างดี

ผลการดำเนินงานจากมาตรการชิมช้อปใช้ ในช่วง 3 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่ 27 กันยายน 2562 – 31 มกราคม 2563 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ประมาณ 12 ล้านคน มียอดการใช้จ่ายรวม 28,820 ล้านบาท จากร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 170,000 ร้าน แสดงให้เห็นถึงพลังของการท่องเที่ยวภายในประเทศ   เป็น   “ไทยเที่ยวไทย”   ในแบบของ    “ไทยช่วยไทย” ได้ตรงความต้องการ

มาวันนี้ หลังจากประกาศคลายล็อคระยะที่ 4 แล้ว รัฐบาลจึงได้ประกาศมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศขึ้นอีกครั้ง ใช้เวลารวม 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 ภายใต้วงเงินงบประมาณ 2.24 หมื่นล้านบาท ด้วยมาตรการ “เที่ยวปันสุข” นำเสนอผ่าน 3 แพ็คเกจ ประกอบด้วย

  1. แพ็คเกจ “กำลังใจ” ภายใต้งบประมาณ 2.4 พันล้านบาทเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือไวรัสโควิด-19 ที่เสียสละทำงานเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับระบบสาธารณสุขไทย โดยสิทธิ์นี้ จะมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อคน ได้เที่ยวฟรีผ่านบริษัทนำเที่ยว ด้วยแพ็คเกจไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน และสามารถเลือกรับสิทธิ์การท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง คาดว่าจะส่งผลประโยชน์ต่อผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย และส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียน 6.5 พันล้านบาท
     
     
     

  1. ทั้งนี้ ที่พักที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นโรงแรมหรือโฮมสเตย์ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ราคาที่นำเสนอขายจะต้องลดลงแล้ว 50% และต้องมีราคาที่ถูกกว่ากลุ่มเว็บไซต์ “ออนไลน์ ทราเวล เอเจนซี่” (OTA) โดยคาดว่าจะมีโรงแรมที่ได้รับประโยชน์  จำนวน 24,700 แห่ง ร้านอาหารอีก 36,755 แห่งแพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” ภายใต้งบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวประเภทที่พักและร้านค้าต่าง ๆ ด้วยการนำเสนอส่วนลดค่าที่พักให้กับประชาชน โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าโรงแรม 40% ต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 3 พันบาทต่อคืน แต่ไม่เกิน 5 คืนต่อสิทธิ์ โดยโรงแรมที่เลือกจะต้องไม่อยู่ในจังหวัดตามที่อยู่ในบัตรประชาชนของผู้เข้าพัก และรัฐบาลยังสนับสนุนเงินอีก 600 บาทต่อคืน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมโครงการ โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับ e-voucher ผ่าน “แอปเป๋าตัง” เราคุ้นเคยกันดีจากโครงการ “ชิม ช้อป ใช้”
     
     
     

  1. นอกจากนี้ ยังมีโครงการเสริมระหว่างแพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” และแพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน”  หากประชาชนมีการจองห้องพักในแพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” ก็จะได้รับสิทธิ์จองบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับของแพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” ในราคาพิเศษ 2,500 บาท อีกจำนวน 1 สิทธิ์แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” ภายใต้งบประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการขนส่ง เป็นการสนับสนุนการเดินทางของประชาชนประมาณ 2 ล้านคน ที่ต้องการใช้บริการของสายการบิน รถขนส่งไม่ประจำทาง และ รถเช่า โดยรัฐบาลจะช่วยจ่าย 40% ของค่าบัตรโดยสารหรือรถเช่า สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท คาดว่าจะก่อให้เกิดการใช้บริการในการเดินทางรวม 2 ล้านครั้ง
     
     

 
สำหรับขั้นตอนการขอรับสิทธิ์ จะต้องดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มของธนาคารกรุงไทย โดยรายละเอียดของแพ็คเกจ ขั้นตอนการรับสิทธิ์ ส่วนลด และการจ่ายเงิน จะปรากฎอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกันทั้งหมด โดยจะคำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัยของทุกคน นอกจากนั้น จะมีการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normal เพื่อคงมาตรฐานด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แจ้งเตือนว่า ททท. ยังไม่ได้กำหนดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นสำหรับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังตรวจสอบพบว่า มีผู้จดทะเบียนใช้ชื่อโดเมนเว็บไซต์ที่ตรงกับชื่อของโครงการ เช่น “www.เที่ยวปันสุข.com” ซึ่งขอยืนยันว่าชื่อโดเมนเว็บไซต์ดังกล่าว ไม่ใช่ของ ททท. และขอให้ประชาชนรอฟังการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยขอให้ระวังเว็บไซต์ปลอมแปลงที่อาจมีผู้สร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงข้อมูลส่วนตัว

การท่องเที่ยวในประเทศเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อเศรษฐกิจในประเทศ เมื่อมีมาตรการออกมากระตุ้นคราใด ก็สามารถตอบสนองและเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งผลประโยชน์ไปยังหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า กลุ่มเกษตรกร และธุรกิจขนส่ง เมื่อประกอบการนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาวแล้ว ถือเป็นความแข็งแกร่งในเชิงรุก-รับ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนเช่นนี้

19 มิถุนายน 2563/ 105 Views/ เวลาอ่าน 6 นาที

ส่งข้อคิดเห็น/คำถาม/ข้อเสนอแนะให้ สบนร.

เรื่องที่ควรอ่านต่อ

27 เมษายน 2563/ 169 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

28 เมษายน 2563/ 607 Views/ เวลาอ่าน 3 นาที

2 มิถุนายน 2563/ 103 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

15 เมษายน 2563/ 234 Views/ เวลาอ่าน 10 นาที

28 เมษายน 2563/ 174 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

10 กรกฎาคม 2563/ 142 Views/ เวลาอ่าน 5 นาที

4 มิถุนายน 2563/ 61 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

16 มิถุนายน 2563/ 343 Views/ เวลาอ่าน 8 นาที

25 มิถุนายน 2563/ 98 Views/ เวลาอ่าน 2 นาที

สถานการณ์
โควิด-19