โครงการ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้”
ช่วยทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลออกโครงการ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้” เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายซื้อสินค้าภายในประเทศสำหรับผู้มีกำลังซื้อจำนวน 4 ล้านสิทธิ โดยจะตัองเป็นการใช้จ่ายระหว่างตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ศกนี้ เมื่อท่านมียอดการใช้จ่ายจริงผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ท่านจะได้รับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Voucher มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทเป็นการตอบแทน โดยเริ่มใช้ e-Voucher ได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2564
  • รัฐบาลคาดว่า โครงการนี้จะกระตุ้นการใช้จ่าย ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 240,000 ล้านบาท และเมื่อนำ e-Voucher กลับมาใช้ ก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 28,000 ล้านบาท รวมเป็น 268,000 ล้านบาท ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ และต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนนี้ ไปจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ทั้งที่เว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ทั่วประเทศ

“ยิ่งใช้ ยิ่งได้” เป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่ป้ายแดงของรัฐบาล ที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าภายในประเทศ โดยมอบบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Voucher มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท เป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อ โดยรัฐบาลตั้งเป้าว่า โครงการนี้จะช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีนี้ และจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงปลายปี 2563 มีเงินที่ฝากอยู่ในบัญชีประชาชนทั้งประเทศสูงถึง 820,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ที่มีเป้าหมายเชิญชวนกลุ่มคนที่มีรายได้สูง หรือมีเงินฝากเป็นจำนวนมาก ให้ออกมาจับจ่ายใช้สอยในสินค้าและบริการที่มีราคาสูง เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูงขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

รัฐบาลได้กำหนดจำนวนผู้รับสิทธิในโครงการนี้ไว้ที่ 4 ล้านสิทธิ มีระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2564 โดยเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการวันแรกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา และเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ

มาดูหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการว่า มีรายละเอียดอย่างไร และท่านต้องมียอดใช้จ่ายเท่าใดถึงจะได้รับ e-Voucher

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

  • เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ยกเว้นกรณียกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2564)
  • ไม่เป็นผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3
  • ไม่เป็นผู้ใช้สิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ซึ่งก็หมายความว่า ประชาชนต้องเลือกโครงการสนับสนุนการใช้จ่ายของรัฐบาลโครงการใดโครงการหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถได้รับสิทธิเกินกว่า 1 โครงการได้

ช่องทางการลงทะเบียนร่วมโครงการ

  • ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ “ชิมช้อปใช้” “เราเที่ยวด้วยกัน” “คนละครึ่ง” “เราชนะ” “ม33 เรารักกัน” สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com
  • เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ท่านจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิ์ภายใน 3 วัน โดยก่อนการใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องยืนยันตัวตนเพื่อใช้ G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนผู้ที่ไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน สามารถยืนยันตัวตนได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน KrungthaiNext สามารถยืนยันตัวตนผ่าน KrungthaiNext ได้

ขณะนี้ ยังเหลือสิทธิสำหรับโครงการยิ่งใช้ ยิ่งได้ อีกถึง 3,509,852 สิทธิ ( สถานะวันที่ 15 กรกฎาคม 2564)

การเข้าร่วมโครงการสำหรับผู้ประกอบการ

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องเป็นร้านค้าบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น โดยกิจการที่เปิดให้เข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่

  • สินค้า ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (gift voucher/gift card) บัตรเงินสด (cash card) และสินค้ารูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า (prepaid) เว้นแต่เป็นการชำระค่าอาหารหรือเครื่องดื่มของศูนย์อาหารที่ต้องใช้งานภายในวันเดียวกัน กับวันที่ชำระเงิน
  • บริการ ได้แก่ บริการนวด สปา ทำผม และทำเล็บ แต่ไม่รวมถึงบัตรกำนัล (gift voucher/gift card) บัตรเงินสด (cash card) และบริการรูปแบบ อื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า (prepaid)

จะเห็นได้ว่า ท่านสามารถใช้สิทธิยิ่งใช้ ยิ่งได้ ในสถานบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า ร้าน OTOP ไปจนถึงซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเสริมความงามและสุขภาพ

รัฐได้เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 64 ผ่านทางเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทย สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากประสงค์เข้าร่วมโครงการ จะต้องจดทะเบียนกับกรมสรรพากรให้เรียบร้อยอย่างน้อย 7 วันทำการ

ข้อกำหนดการใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่ยืนยันสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว จะต้องใช้จ่ายตามข้อกำหนดโครงการ ท่านจึงจะได้รับ e-Voucher ตอบแทนจากรัฐบาล โดยท่านต้องเป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยใช้ได้ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2564

ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้แล้วกว่า 35,000 ราย

การคำนวณการใช้จ่ายเพื่อรับ e-Voucher

ยอดใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2564 จะถูกนำมาคำนวณวงเงินสิทธิรับ e-Voucher ของโครงการ ซึ่งยอดใช้จ่ายที่ใช้คำนวณจะไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน และไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน โดยจะได้รับสิทธิ e-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1 – 40,000 บาทแรก จะได้รับ e-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย คือ ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

แต่ถ้ามียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001 – 60,000 บาท จะได้รับ e-Voucher เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายจริง แต่ให้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งเท่ากับจะได้รับสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน

ท่านจะได้รับ e-Voucher คืนในช่องทางใด

สิทธิ e-Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป โดยท่านจะสามารถใช้จ่ายด้วย e-Voucher ในร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2564 และไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

รัฐบาลเชื่อมั่นว่า หากมีประชาชนเข้าร่วมโครงการเต็มสิทธิ 4 ล้านคน และใช้จ่ายเต็มสิทธิ จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ 240,000 ล้านบาท และเมื่อนำ e-Voucher กลับมาใช้ ก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก 28,000 ล้านบาท รวมเป็น 268,000 ล้านบาทโดยประมาณ เงินจำนวนนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ สร้างรายได้ และช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการสามารถทำมาค้าขายต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *