แจ้งความยุคใหม่ นัดล่วงหน้าออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ไม่เสี่ยงโควิด

ใจความสำคัญ

  • สืบเนื่องจากข้อสั่งการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ เร่งปรับปรุงการทำงานโดยเพิ่มการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะการให้บริการแก่ประชาชน ในปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ริเริ่ม “โครงการนัดหมายแจ้งความล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของงานบริการด้านการอำนวยความยุติธรรม
  • โครงการนัดหมายแจ้งความล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ได้เปิดนำร่องให้ประชาชนเริ่มใช้บริการได้แล้วที่สถานีตำรวจ 3 แห่ง ได้แก่ สน.ลุมพินี สน.บางรัก และ สน.ปทุมวัน ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2564 โดยท่านสามารถนัดแจ้งความคดีได้ 4 ประเภท คือ คดีเช็ค คดียักยอก คดีฉ้อโกง และคดีหมิ่นประมาท ส่วนคดีอาญาอื่น ๆ ยังต้องไปแจ้งความที่โรงพักเช่นเดิม ซึ่งสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการดังกล่าวจะช่วยประหยัดเวลาให้ประชาชน ทำให้ไม่ต้องเดินทางมาโรงพักหลายครั้ง และไม่ต้องรอคิวแจ้งความในโรงพักที่อาจจะแออัด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดจนช่วยให้พนักงานสอบสวนสามารถเริ่มทำการสืบสวนเบื้องต้นได้จากข้อมูลที่ได้รับทางระบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการสืบสวนสอบสวนอีกด้วย

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐ คิดหาโครงการต่าง ๆ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน และการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. จึงได้มอบของขวัญปีใหม่ในปีนี้ให้กับประชาชนด้วยโครงการ 6 โครงการ ซึ่งครอบคลุมงานทุกด้านของ สตช. ไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันอาชญากรรม หรือด้านการอำนวยความยุติธรรม โดยในปีนี้ได้เน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือยกระดับการทำงานและการบริการประชาชน เช่น  โครงการฝากบ้าน 4.0 ซึ่งพัฒนามาจากโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจที่ครองใจประชาชนมายาวนาน โดยได้นำเทคโนโลยี “ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ” มาใช้เพื่อเก็บข้อมูลและประมวลผล ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลการเข้าตรวจตราบ้านของตนผ่านโปรแกรมดังกล่าวได้

อีกหนึ่งโครงการที่สำคัญของปีนี้ คือ “โครงการนัดแจ้งความล่วงหน้าออนไลน์” ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปเลือกเวลาที่ตนสะดวกเข้าไปโรงพักเพื่อแจ้งความได้ทางเว็บไซต์ appointment.police.go.th  หรือ onlinebureausystem.com โดยเปิดนำร่องให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ใน 3 สน. ได้แก่ สน.ลุมพินี สน.บางรัก และ สน.ปทุมวัน

ประชาชนสามารถนัดหมายวันเวลาที่สะดวกจะเข้าไปพบพนักงานสอบสวน โดยระบุคดีที่ขอแจ้งความและแนบหลักฐานต่าง ๆ ได้ทางเว็บไซต์ดังกล่าว ในชั้นนี้ ท่านสามารถนัดแจ้งความได้สำหรับคดี 4 ประเภทเท่านั้น คือ คดีเช็ค คดียักยอก คดีฉ้อโกง และคดีหมิ่นประมาท ซึ่งลักษณะคดีจะต้องมีหลักฐานประกอบการแจ้งความอยู่กับตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องมีการตรวจสถานที่เกิดเหตุหรือการพิสูจน์หลักฐานที่ซับซ้อน ส่วนคดีอาญาอื่น ๆ ยังต้องไปแจ้งความที่โรงพักเช่นเดิม ซึ่งสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนการนัดแจ้งความออนไลน์ มี ดังนี้

  1. “นัดในสถานที่” กล่าวคือ ท่านสามารถนัดแจ้งความหรือนัดขอเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับคดีใน 4 ประเภทคดีข้างต้น รวมถึงคดีอาญาที่เกิดเหตุในท้องที่ของสถานีตำรวจที่เปิดบริการแล้วทั้งสามแห่ง โดยสามารถนัดหมายได้ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในการลงทะเบียน ท่านจะต้องกรอกชื่อ- สกุล วันเดือนปีเกิด เพศ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และตั้งรหัสผ่าน แล้วจึงเลือกทำนัดหมายเข้าแจ้งความหรือขอรับคำปรึกษา พร้อมแนบหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ หรือไฟล์เอกสาร ผ่านระบบออนไลน์นี้ เพื่อให้พนักงานสอบสวนมีเวลาตรวจสอบข้อหาความผิด และพิจารณาว่าพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนจะติดต่อท่านกลับเพื่อยืนยันนัดหมายภายใน 24 ชั่วโมง
QR Code ของเว็บไซต์นัดแจ้งความออนไลน์

2. “นัดนอกสถานที่” กล่าวคือ สถานีตำรวจทั้งสามแห่งที่เข้าร่วมโครงการได้กำหนดให้ประชาชนเข้าแจ้งความนอกสถานที่ได้ โดยจะมีพนักงานสอบสวนจาก สน. ดังกล่าวเดินทางไปพบผู้เสียหายที่ สน.สยามสแควร์ ซอยสยามสแควร์ 7 เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นจุดที่การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ทำได้ค่อนข้างสะดวก ปัจจุบัน ท่านสามารถทำการนัดหมายได้ 4 ช่วงเวลา คือ  11.00 น. – 13.00 น. 13.00 น. – 15.00 น. 15.00 – 17.00 น. และ 17.00 น. – 19.00 น. ในแต่ละช่วงเวลา จะมีพนักงานสอบสวนรับนัดหมาย 1 คนต่อ 1 คดีเท่านั้น เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างเต็มที่และป้องกันการแออัดของสถานที่

สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักดีถึงความยากลำบากของประชาชนในการที่จะต้องเดินทางมาแจ้งความยังสถานีตำรวจด้วยตนเอง ทั้งเรื่องของวัน เวลา สถานที่ การจอดรถ รวมไปถึงความแออัดของสถานีตำรวจ จึงได้นำเทคโนโลยีและวิธีการทำงานแบบใหม่มาใช้ โดยหวังว่าจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและได้รับการบริการที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

โครงการนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือหาทางปรับตัว ปฏิรูปการทำงาน ให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการสืบสวนสอบสวน การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมาย และที่สำคัญคือ การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564  พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เป็นประธานเปิดตัวโครงการดังกล่าว โดยกล่าวว่า หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะขยายไปใช้ในเมืองใหญ่ อาทิ พัทยา จ. ชลบุรี จ. นครราชสีมา ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศต่อไป โดยขณะนี้ พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้เตรียมการดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจากห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ให้ใช้พื้นที่จัดห้องสำหรับรับประชาชนที่ได้นัดหมายแจ้งความล่วงหน้าทางออนไลน์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ ทั้งนี้ การขยายโครงการจะพิจารณาจากปริมาณคดีและความร่วมมือจากภาคประชาชน ในขั้นต่อไป จะแบ่งการบริการประชาชนเป็น 2 ส่วน กล่าวคือ เหตุเร่งด่วนฉุกเฉินก็ให้ไปแจ้งที่โรงพัก เหตุไม่เร่งด่วนก็ให้นัดหมายแจ้งความล่วงหน้า ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำชับเสมอว่า แม้ว่าประชาชนแต่ละคนอาจจะพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการของตำรวจต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่ตำรวจจะละเลยไม่ได้โดยเด็ดขาด คือ ตำรวจจะต้องรักษากฎหมายตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด ต้องใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรมผ่านเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้วันนี้ ท่านจะสามารถนัดหมายเพื่อแจ้งความออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นอีกช่องทางตามรายละเอียดข้างต้นแล้ว แต่พี่น้องประชาชนที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจหรือมีภัยฉุกเฉินเร่งด่วน ยังสามารถเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเช่นเดิม เหมือนดังคำขวัญบนสถานีตำรวจทุกแห่งที่ว่า “โรงพักเพื่อประชาชน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *