แก้กฎหมาย
เพิ่มความ
คุ้มครอง
แรงงาน
ทางทะเล

ใจความสำคัญ

  • กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2564 ได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564
  • เจตนารมณ์ของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว คือ เพื่อกำหนดกลไกในการระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างเจ้าของเรือกับลูกจ้างประจำเรือ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ความคุ้มครองแก่แรงงานทางทะเล รวมถึงการให้สิทธิแก่แรงงานในการรวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกนายจ้างไล่ออก พร้อมกับกำหนดขั้นตอนในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การแจ้งข้อเรียกร้อง การตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาท และมีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
  • กฎกระทรวงฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการคุ้มครองดูแลแรงงานทางทะเล นอกเหนือไปจากกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 คือ พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเลเพื่อคุ้มครองแรงงานทะเล หรือคนประจำเรือที่ทำงานบนเรือเชิงพาณิชย์ ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม เป็นไปตามมาตรฐานการจ้างงาน มีความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐานสากล

นับตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เสนอออกกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 จนกระทั่งกฎหมายฉบับดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 กฎหมายฉบับดังกล่าวก็ได้ถูกใช้เพื่อคุ้มครองแรงงานทางทะเล หรือคนประจำเรือที่ทำงานบนเรือเชิงพาณิชย์ ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ตามมาตรฐานการจ้างงาน มีความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น เนื่องจากการทำงานบนเรือทางทะเลแตกต่างจากการทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไป เพราะมีความเสี่ยงภัยและสภาพการทำงานมักต้องทำติดต่อกันหลายวัน การออกกฎหมายฉบับดังกล่าวจึงเท่ากับเป็นการยกระดับการดูแลแรงงานทางทะเลในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล และสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล หรือ Maritime Labour Convention 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO)

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบในหลักการต่อร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไม่เป็นธรรม พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและแรงงานทางทะเล พร้อมทั้งส่งเสริมเสรีภาพในการรวมตัวของคนประจำเรือและเจ้าของเรือ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การออกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เป็นไปตามมาตรา 93 ของพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 ที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาททางทะเล ระหว่างแรงงานทางทะเลกับนายจ้างให้ชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบัน กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564

ความสำคัญของกฎกระทรวงฉบับนี้ อยู่ที่สามารถนำมาใช้ยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพการจ้างงาน การทำงานบนเรือเดินทะเล ซึ่งมีลักษณะและสภาพการจ้างแตกต่างจากการทำงานของลูกจ้างทั่วไป บางส่วนก็มิได้มีการทำสัญญาจ้าง เป็นเหตุให้กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่อาจคุ้มครองลูกจ้างและคนประจำเรือให้ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร และขาดการกำหนดมาตรฐานที่ใช้ควบคุมสภาพการจ้างงาน การทำงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานสุขอนามัยที่บังคับใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดข้อพิพาท และบ่อยครั้งได้นำไปสู่การที่แรงงานตัดสินใจประท้วงหยุดงาน หลายกรณีก็พบว่า ได้มีการเลิกจ้างผู้ประท้วงอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้น กฎกระทรวงฉบับนี้ จึงได้กำหนดให้มีขั้นตอนในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การแจ้งข้อเรียกร้อง การตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาท และมีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด

เนื้อหาของกฎกระทรวงเรื่องการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล แบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่

หมวด 1 การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล สาระสำคัญ คือ กรณีที่เจ้าของเรือ หรือคนประจำเรือ แจ้งข้อเรียกร้องให้กำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือสภาพการทำงาน แต่ไม่มีการเจรจากัน หรือเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่า ได้มีข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเกิดขึ้น และให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องดำเนินการแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ โดยให้พนักงานไกล่เกลี่ยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง หากยังตกลงกันไม่ได้ ให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องร่วมกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล หรือเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ให้กับคณะกรรมการวินิจฉัยทำการชี้ขาด หรือหากจะปิดงานหรือนัดหยุดงาน จะต้องส่งคำชี้ขาดข้อพิพาทให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบภายใน 3 วัน พร้อมทั้งแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทำคำชี้ขาดหรือเสนอข้อพิพาทให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งจะพิจารณาชี้ขาดภายใน 90 วัน โดยคำชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด มีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องต้องปฏิบัติตาม หรือจะปิดงานหรือนัดหยุดงานตามเงื่อนไขที่กำหนด

หมวด 2 การปิดงานและนัดหยุดงาน สาระสำคัญ คือ ห้ามมิให้เจ้าของเรือปิดงาน หรือคนประจำเรือนัดหยุดงานในระหว่างที่มีการเดินเรือทางทะเล ซึ่งเจ้าของเรือหรือคนประจำเรืออาจนัดหยุดงานได้ในกรณี เช่น เมื่อมีการแจ้งข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไกล่เกลี่ย หรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงให้ครบถ้วน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน ให้เจ้าของเรือซึ่งประสงค์จะปิดงาน หรือคนประจำเรือซึ่งประสงค์จะนัดหยุดงาน แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่และอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน

หมวด 3 การพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรม สาระสำคัญ คือ กรณีเจ้าของเรือกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 94 ของพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล ที่กำหนดห้ามให้เจ้าของเรือเลิกจ้างคนประจำเรือ จากสาเหตุเพราะรวมตัวกันหยุดงานเพื่อเจรจาต่อรอง หรือเรียกร้องให้ได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน ให้คนประจำเรือผู้เสียหายเนื่องจากการฝ่าฝืนดังกล่าว มีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน และเมื่อได้รับคำร้อง ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด และออกคำสั่งภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง กรณีที่คนประจำเรือหรือเจ้าของเรือไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ก็ยังมีสิทธิที่จะนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายใน 30 วัน และหากไม่ได้นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง ให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด

หมวด 4 การแจ้งและการยื่นคำร้อง สาระสำคัญ คือ ในการแจ้งข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ผู้แจ้งสามารถยื่นคำร้องโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือสามารถยื่นด้วยตนเองได้ที่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประจำจังหวัด

การมีกฎกระทรวงฉบับนี้จึงเป็นการรับรองว่า แรงงานทางทะเลจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล มีสิทธิเสรีภาพการรวมตัวเพื่อเจรจาต่อรอง โดยไม่ต้องกังวลว่า หากรวมตัวเพื่อเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ แล้วจะทำให้ถูกเลิกจ้างได้ง่าย ๆ จึงถือเป็นกฎหมายลูกที่สำคัญอีกหนึ่งฉบับที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันจะช่วยให้แรงงานทางทะเลมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น และได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างเป็นธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *