เศรษฐกิจหมุนเวียน BCG เริ่มได้ในชุมชน

เมื่อเดือนมกราคม 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เป็นวาระแห่งชาติของปี 2564 โดยตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG อันประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบริหารจัดการภาคการผลิตและขยะจากการบริโภคอุปโภคให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวพวกเรามาก โดยเราทุกคนสามารถเริ่มได้ในระดับชุมชน เช่น การบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ปีหนึ่งมีปริมาณกว่า 27.8 ล้านตัน และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีปริมาณถึงปีละ 42 ล้านตัน ผ่านการแยกขยะ นำมารีไซเคิล หรือแปรรูป โดยสำหรับการหมุนเวียนขยะอินทรีย์นั้น สามารถนำมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบการเกษตร ทั้งการทำก๊าซหุงต้ม และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเมื่อนำมาผนวกกับนวัตกรรม smart farming ก็จะช่วยลดต้นทุนและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนได้กว่า 230,000 ล้านบาทต่อปี และสำหรับการรีไซเคิล แก้ว กระดาษ โลหะ และพลาสติก ก็สามารถสร้างรายได้เพิ่มกว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี เป็นต้น

ปัจจุบัน มีชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลายจังหวัด เช่น ระยอง สมุทรปราการ เชียงราย และน่าน รวมถึงอีก 10 กว่าจังหวัดในภาคอิสาน โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะขยายแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชนไปสู่ 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยให้งบประมาณตั้งต้นหมู่บ้านละ 1- 2 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนได้ถึงปีละ 310,000 ล้านบาท

แน่นอนว่า การสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชนของรัฐบาลจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน และเอกชนทุกภาคส่วน จึงจะก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน อีกทั้งยังจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้อีกด้วย

ท่านสามารถรับชมแนวทางการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชนของรัฐบาลได้ทางคลิปนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *