เปิดโรงพยาบาลบุษราคัม
รองรับผู้ป่วยโควิด-19
อาการปานกลาง

กระทรวงสาธารณสุขได้แบ่งระดับอาการผู้ป่วยโรคโควิด-19 เป็น 3 ระดับ โดยใช้สัญลักษณ์ 3 สีได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีแดง กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว คือ ผู้ป่วยอาการไม่มากหรือไม่มีอาการ กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก ท้องเสีย หรือมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้แต่สมควรได้รับการติดตามอาการ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่หาโรงพยาบาลค่อนข้างยาก และกลุ่มผู้ป่วยสีแดง คือ ผู้ป่วยหนักที่ต้องอยู่ในห้องไอซียูในโรงพยาบาล

สำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามและ hospitel ไว้รองรับ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูง เช่น กรุงเทพมหานครได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 6 แห่ง ขณะนี้ สามารถให้บริการได้ประมาณ 2,200 เตียง และมี hospitel ให้บริการได้ประมาณ 800 เตียง ในขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมก็ได้ขานรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วยการสั่งการให้มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม เร่งเปิดโรงพยาบาลสนามในทุกจังหวัด รวมแล้วสามารถให้บริการได้กว่า 12,800 เตียงในโรงพยาบาลสนาม 37 แห่งทั่วประเทศ ส่วนกระทรวงกลาโหมก็ได้ตั้งโรงพยาบาลสนามแล้ว สามารถให้บริการได้มากกว่า 5,000 เตียงด้วย

สำหรับการดูแลกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการตั้งโรงพยาบาลเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน และจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในที่สุด โรงพยาบาลบุษราคัมซึ่งตั้งขึ้นที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมเพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ก็ได้เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด

โรงพยาบาลบุษราคัม ถือเป็นสถานพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม เพราะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบถ้วน เช่น เครื่องออกซิเจน เครื่องเอ็กซเรย์ การติดตั้งเครื่องช่วยหายใจ ตู้ความดันลบ เรียกว่าใกล้เคียงกับห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแทบทุกประการ โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 5,000 เตียง และขณะนี้ เปิดใช้แล้ว 1,092 เตียง และทำงานสอดประสานกับศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ

การตั้งโรงพยาบาลบุษราคัมเป็นไปตามตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทุกคนได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว อันจะช่วยลดอาการรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยผ่อนภาระให้โรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถมีเตียงไว้รองรับผู้ป่วยอาการหนักกลุ่มสีแดงได้อย่างเต็มที่

โรงพยาบาลบุษราคัม แบ่งผู้ป่วยตามโซน ตามเพศ ตามลักษณะอาการ

-โซน A 270 เตียง คือ กลุ่มที่ต้องการออกซิเจน ง่ายการนำส่งคนไข้ไปยังโรงพยาบาล

-โซน B 242 เตียง เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่อยู่ใกล้หอปฏิบัติการ

-โซน C 290 เตียง เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ จะอยู่ใกล้ห้องน้ำ

-โซน D 290 เตียง เป็นกลุ่มผู้หญิง

ทั้งนี้ ได้มีการระดมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ จาก 60 จังหวัดมาหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้รวม 780 คน โดยแบ่งเป็น 3 เฟส เฟสละ 260 คน และเหตุที่เลือกใช้พื้นที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเป็นโรงพยาบาลบุษราคัม เป็นเพราะสามารถขยายพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นระยะตามความจำเป็น โดยในระยะ 1 มีเตียงทั้งสิ้นจำนวน 1,092 เตียง และในอนาคต หากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ก็สามารถขยายพื้นที่ได้อีก 2 อาคาร อันจะช่วยให้สามารถมีเตียงพอสำหรับการรองรับผู้ป่วยได้อีกประมาณ 5,000 คน

ติดตามชมคลิปเกี่ยวกับโรงพยาบาลบุษราคัม ได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *