เปิดตัวโครงการบ้านเคหะสุขประชา
บ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย

ใจความสำคัญ

  • การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ในชื่อ “โครงการบ้านเคหะสุขประชา” นำร่องในพื้นที่ฉลองกรุงและร่มเกล้า เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาเศรษฐกิจและผลกระทบจากโรคโควิด-19 สามารถเช่าบ้านได้ในราคาไม่แพง โดยตั้งเป้าหมายจะสร้าง 1 แสนหลังทั่วประเทศภายใน 5 ปี
  • หลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเช่าบ้านในโครงการนี้ คือ ต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น ถูกเลิกจ้างงาน เปลี่ยนอาชีพ ย้ายถิ่นฐาน รายได้ลดลง เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว คนพิการ ผู้สูงอายุ เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อเวนคืน หรือเป็นข้าราชการเกษียณ
  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง จึงได้บรรจุไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และดำเนินนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโครงการแฟลตดินแดงใหม่ โครงการบ้านใหม่ชุมชนบางซื่อ บ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมประชากร และโครงการบ้านประชารัฐ เป็นต้น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยให้มีความมั่นคง โดยย้ำเสมอว่า “รัฐบาลอยากเห็นคนไทยทุกคนมีบ้าน และเป็นบ้านแห่งความสุข เพราะบ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด” ข้อสั่งการนี้ได้นำไปสู่การกำหนดแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ผลักดันโครงการนี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ ได้มีบ้านอยู่อาศัยทุกคน ที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้เร่งทำงานเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น และได้ดำเนินโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหลายโครงการ เช่น โครงการแฟลตดินแดงใหม่ โครงการบ้านใหม่ชุมชนบางซื่อ บ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมประชากร และโครงการบ้านประชารัฐ เป็นต้น

แต่ด้วยขณะนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกซบเซาและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจึงได้สั่งการให้การเคหะแห่งชาติเร่งสร้างบ้านให้ประชาชนเช่าเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง

นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือ “โครงการบ้านเคหะสุขประชา” ซึ่งได้นำร่องแล้วในพื้นที่ฉลองกรุงและร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้ไม่เพียงพอจะซื้อบ้านเป็นของตัวเองและกลุ่มเปราะบาง มีโอกาสเช่าบ้านพักอาศัยในราคาต่ำ โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีมอบสิทธิเช่าบ้านในโครงการดังกล่าวให้แก่ประชาชน ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมงานดังกล่าวด้วย

โครงการบ้านเคหะสุขประชา เริ่มดำเนินการแล้วใน 2 พื้นที่ คือฉลองกรุงและร่มเกล้า โดยมีบ้านพักจำนวนทั้งสิ้น 573 หน่วย แบ่งเป็น โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จำนวน 270 หน่วย และโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง จำนวน 302 หน่วย เริ่มเปิดให้จองแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2564 โดยในห้วงเวลาดังกล่าว พบว่า มีประชาชนสนใจมาลงทะเบียนไว้แล้วถึง 6,660 ราย สะท้อนให้เห็นว่า มีประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและต้องการเข้าร่วมโครงการนี้

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์สำหรับท่านที่สนใจใช้สิทธิลงทะเบียนจองบ้านเช่าของโครงการฯ ประกอบด้วย

1. เป็นประชาชนที่ถือสัญชาติไทย

2. เป็นผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น ถูกเลิกจ้างงาน เปลี่ยนอาชีพ ย้ายถิ่นฐาน รายได้ลดลง เป็นต้น

3. เป็นผู้ว่างงาน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว คนพิการ ผู้สูงอายุ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อเวนคืน รวมถึงข้าราชการเกษียณ

4. บรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถทำนิติกรรมสัญญากับการเคหะแห่งชาติได้ โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

5. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน โดยมีเอกสารรับรองและผ่านการพิสูจน์ตรวจสอบหลักฐานจากการเคหะแห่งชาติแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขว่า ผู้จองจะต้องอยู่อาศัยประจำ ไม่สามารถโอนสิทธิการจองและสิทธิการเช่าให้กับผู้อื่น และไม่อนุญาตให้มีการเช่าช่วงเป็นอันขาด และที่สำคัญ คือ จะต้องเข้าร่วมดำเนินกิจการเศรษฐกิจสุขประชาด้วย

ภายหลังปิดลงทะเบียน การเคหะแห่งชาติได้พิจารณาคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน และมีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวนทั้งสิ้น 6,627 ราย จึงต้องใช้วิธีจับสลากเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยผู้มีสิทธิในชุดแรกที่ได้เข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าจำนวน 270 ราย โครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง อีกจำนวน 288 ราย และยังมอบสิทธิให้กับกลุ่มเปราะบางที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกจำนวน 14 ราย นอกจากนี้ ได้มีการจับสลากผู้มีสิทธิสำรองทั้งสองโครงการไว้เป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของหน่วยก่อสร้าง เพราะหากในภายหลังมีการตรวจพบว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไข หรือสละสิทธิในภายหลัง ก็จะติดต่อให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนสำรองตามลำดับถัดไปมารับสิทธิแทน

ด้านการออกแบบโครงการ การเคหะแห่งชาติ ได้แบ่งโซนกิจกรรมชัดเจน เช่น โซนที่อยู่อาศัย โซนเศรษฐกิจที่เป็นตลาด ร้านค้า โซนพื้นที่จอดรถรวม โดยไม่อนุญาตให้จอดรถหน้าบ้านของตนเอง เมื่อจอดรถแล้วจะเดินกลับบ้าน ใช้จักรยานหรือจักรยานยนต์ขับขี่กลับบ้านได้ บ้านก็จะเป็นที่อยู่ที่สงบเงียบ ปลอดโปร่ง และเป็นที่พักผ่อนจริง ๆ

อัตราค่าเช่าบ้านเคหะสุขประชา

เริ่มต้นที่ 1,500 – 3,000 บาทต่อเดือน มีทั้งแบบบ้านชั้นเดียว และบ้านแฝด 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ประกอบด้วย

– แบบ X (สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ) พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ค่าเช่า 1,500 บาท/เดือน

– แบบ A (ผู้มีสถานะโสด) พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ค่าเช่า 2,000 บาท/เดือน

– แบบ B (ครัวเรือนใหม่ 1 ห้องนอน) พื้นที่ใช้สอย 40 ตารางเมตร ค่าเช่า 2,500 บาท/เดือน

– แบบ C (ครอบครัว 2 ห้องนอน) พื้นที่ใช้สอย 50 ตารางเมตร ค่าเช่า 3,000 บาท/เดือน

จุดเด่นของโครงการนี้ คือการจัดให้มีพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ประชาชนมีรายได้ คือ มีบ้าน – มีอาชีพ – มีรายได้ – มีสุข โดยมี 6 กิจกรรม ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก – ส่ง โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยประกอบอาชีพอิสระในชุมชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย เช่น พื้นที่ในเขตเมืองจัดทำเป็นตลาดชุมชน เนื่องจากประชาชนที่อยู่ในเมืองมักจะประกอบอาชีพอยู่แล้ว ส่วนโครงการในพื้นที่ภูมิภาค จัดให้มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และกสิกรรม เป็นต้น

ในพิธีเปิดตัวโครงการนี้ นอกจากนายกรัฐมนตรีจะได้เป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว นายกรัฐมนตรี ยังได้ประกาศด้วยว่า รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยทุกคนมีบ้าน และเป็นบ้านแห่งความสุข เพราะบ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด รัฐบาลนี้จึงจะเร่งเดินหน้าทำตามคำสัญญาว่า ภายใน 5 ปี ต้องทำให้ได้ 1 แสนหลัง เพื่อคนไทยทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติมีแผนจะจัดสร้างบ้านเคหะสุขประชาให้ได้ครบตามเป้าหมายภายในระยะเวลา 5 ปี หรือภายในปี 2568 โดยมีกำหนดส่งมอบปีละประมาณ 20,000 หน่วย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ของรัฐบาล ที่ต้องการให้คนไทยทุกคน มีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว หรือ Housing for all

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *