ลดเงินสมทบ
กองทุนประกันสังคม
เพิ่มอีก 3 เดือน

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ….. เพื่อลดอัตราเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน เป็นครั้งที่ 4 เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่งวดเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2564
  • การปรับลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมครั้งนี้ นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิมจ่ายเงินสมทบฝ่ายละร้อยละ 5 จะเหลือเพียงร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 4.5 หรือจ่ายเพียงเดือนละ 216 บาท
  • มาตรการนี้จะมีผู้ประกันตนได้รับการช่วยเหลือรวมกว่า 12.9 ล้านคน โดยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนลงได้ 10,676 ล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สาม ได้ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนไทยที่กำลังพอจะฟื้นตัวได้จากการระบาดระลอกที่สอง แม้ว่ามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลจะออกมาอย่างระมัดระวังและเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของประชาชนควบคู่ไปกับการประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศด้วยแล้วก็ตาม ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 จึงได้มีมติเห็นชอบต่อร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ … ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีผลให้มีการลดอัตราเงินสมทบของทั้งนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตนเป็นเวลาอีก 3 เดือน ตั้งแต่งวดเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2564 เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยรัฐบาลหวังว่า การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนเช่นนี้ จะพอช่วยให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ช่วยรักษาระดับการจ้างงาน และช่วยจูงใจไม่ให้นายจ้างต้องปลดคนออกอีกด้วย โดยการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในครั้งนี้เป็นการลดครั้งที่ 4 ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ครั้งแรกในประเทศไทย

การปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของนายจ้างและผู้ประกันตน ครั้งที่ 4 ในรอบนี้ มีรายละเอียด ดังนี้

  1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน จากเดิมจ่ายเงินสมทบฝ่ายละร้อยละ 5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน เหลือฝ่ายละร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน โดยจากที่ทั้งสองฝ่ายต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุด 750 บาท ก็จะลดลงเหลือ 375 บาท
  2. ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดจำนวนเงินสมทบจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 4.5 โดยจากที่ต้องจ่าย 432 บาท เหลือจ่ายเพียงเดือนละ 216 บาท

ทั้งนี้ แม้การลดอัตราเงินสมทบเป็นเวลา 3 เดือนจะทำให้กองทุนจัดเก็บเงินสมทบได้ลดลงเป็นจำนวนสูงถึง 20,163 ล้านบาท แต่นายจ้างและผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าใช้จ่าย แบ่งเป็น

  • นายจ้าง จำนวน 485,113 ราย ลดภาระค่าใช้จ่ายลง 9,487 ล้านบาท
  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 11.1 ล้านคน ลดภาระค่าใช้จ่ายลง 9,487 ล้านบาท
  • ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1.8 ล้านคน ลดภาระค่าใช้จ่ายลง 1,189 ล้านบาท

การลดเงินสมทบในรอบนี้ จะมีผู้ประกันตนได้รับการช่วยเหลือจำนวน 12.9 ล้านคน โดยลดภาระค่าใช้จ่ายลงถึง 10,676 ล้านบาท สามารถนำเงินเดือนที่ได้รับเพิ่มเติมนี้ไปใช้จ่ายที่จำเป็นในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ ซึ่งรัฐบาลคาดว่า จะช่วยให้มีเงินเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 20,163 ล้านบาท

การลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะนับตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาดในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2563 รัฐบาลได้ปรับลดเงินสมทบผู้ประกันตนไปแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม 2563 ครั้งที่ 2 ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน 2563 ครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2564 และครั้งล่าสุดนี้ เป็นครั้งที่ 4 ที่รัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้ทุกคนสามารถฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน


#ประเทศไทยต้องชนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *