ลงทะเบียน “หมอพร้อม”
จองฉีดวัคซีนโควิด-19

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนผ่าน “ไลน์ หมอพร้อม” แล้ว และจะเปิดแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เพิ่มในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา ที่มีกำหนดจะได้รับจากบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ จำนวน 61 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม ส่วนประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ให้ติดต่อกับระบบ อสม.หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
  • ประโยชน์ของ “ไลน์หมอพร้อม” นอกจากจะลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนได้แล้ว ยังช่วยแสดงข้อมูลวัคซีนที่ได้รับ เช่น บริษัทผู้ผลิตวัคซีน การเลือกโรงพยาบาล เลือกเวลาที่จะไปรับวัคซีน รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้รับวัคซีนรายงานอาการและผลข้างเคียง ออกใบรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศ และแจ้งวันนัดมาฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โดยระบบหมอพร้อมเชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการของโรงพยาบาล 1,500 แห่ง ที่ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ
  • ปัจจุบัน “ไลน์ หมอพร้อม” มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 1.9 ล้านคน และได้แจ้งสิทธิรวมทั้งติดตามอาการของผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 500,000 คน สามารถออกเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนที่ฉีดครบทั้ง 2 โดส พร้อมมี QR Code เพื่อตรวจสอบได้ด้วย

ปัจจุบัน รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา ที่ผลิตเองในประเทศไทยโดยบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ จำนวน 61 ล้านโดส แล้ว โดยบริษัทฯ จะทยอยส่งมอบวัคซีนจำนวนนี้ให้แก่รัฐบาลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 และคาดว่า ไทยจะได้รับวัคซีนของไฟเซอร์เพิ่มเติมอีกประมาณ 5-10 ล้านโดสด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเจรจาเพื่อจัดซื้อจากบริษัทอื่น ๆ อีก เช่น วัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย วัคซีนจากบริษัท Cansino Biologics บริษัท Sinopharm จากจีน และจากบริษัท Bahrat Biotech จากอินเดีย เป็นต้น

วัคซีนแอสตราเซเนกาจำนวน 61 ล้านโดสนี้ จะฉีดให้กับกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้อำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศ คือ “ไลน์ หมอพร้อม” ซึ่งเปิดใช้งานแล้ว แต่ ณ วันนี้ ยังไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปจองคิวเพื่อฉีดวัคซีน เนื่องจากรัฐบาลยังจำเป็นต้องเร่งจัดสรรวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง รวมถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเสียก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนตามมาตรฐานสากล

สำหรับประชาชนทั่วไป กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนของ แอสตราเซเนกาผ่าน “ไลน์ หมอพร้อม” ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อเข้ารับการฉีดในเดือนมิถุนายนจนไปถึงสิ้นปี

ขั้นตอนการดาวน์โหลดและใช้ “ไลน์ หมอพร้อม”

1. ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน เข้าแอปพลิเคชันไลน์ พิมพ์ค้นหา “หมอพร้อม” จากนั้นกดเพิ่มเป็นเพื่อน หรือหากใครมี QR Code หมอพร้อม ก็สามารถสแกนได้เลย

2. กดลงทะเบียน และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

3. ลงทะเบียนผู้ใช้งานและยืนยันข้อมูล ซึ่งมีเมนูเพิ่มบุคคลอื่น เพื่อลงทะเบียนแทนบุคคลในครอบครัวที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

4. เมื่อลงทะเบียนสำเร็จแล้ว สามารถเลือกฟังก์ชัน “วัคซีนโควิด-19” เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้นำรายชื่อกลุ่มเป้าหมายแรกในการรับวัคซีนเข้าสู่ระบบหมอพร้อมแล้ว

5. หากมีรายชื่อ ระบบจะแสดงหน้าจอ “ตรวจสอบและยืนยันสิทธิการรับวัคซีนโควิด-19” ให้กดยืนยันการรับวัคซีนตามความสมัครใจ จากนั้นจะมีแบบประเมินคัดกรองก่อนรับวัคซีน และเข้าสู่การนัดหมาย โดยสามารถเลือกสถานพยาบาล วันและเวลาได้

สำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะจะมีระบบอื่น ๆ มารองรับ เช่น ผ่านระบบอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และระบบของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้ครอบคลุมครบทุกคน หรือหากผู้ใดเข้ารับการรักษาเป็นประจำที่โรงพยาบาล หรือเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางแพทย์เจ้าของไข้ก็จะสามารถแจ้งให้ท่านเข้ารับการฉีดวัคซีนได้

ประโยชน์ของ “ไลน์ หมอพร้อม” นอกจากจะเพื่อลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนได้แล้ว ยังเปิดให้สามารถเลือกโรงพยาบาลและเวลาที่ท่านสะดวกจะไปฉีดวัคซีนได้ หลังจากนั้น จะมีระบบติดตามผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน และแจ้งวันนัดหมายเพื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โดยระบบหมอพร้อมเชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการของโรงพยาบาล 1,500 แห่งที่ให้บริการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ระบบหมอพร้อมจะออกเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนที่แสดงข้อมูลวัคซีนที่ได้รับ เช่น บริษัทผู้ผลิตวัคซีน หมายเลขการผลิตของวัคซีน และวันที่ฉีด ซึ่งอาจนำไปใช้เพื่อการเดินทางไปต่างประเทศด้วย พร้อมมี QR Code สำหรับตรวจสอบกลับเพื่อป้องกันการปลอมแปลง อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้ ยังไม่มีมาตรฐานสากลเกี่ยวกับวัคซีนพาสปอร์ตขององค์การอนามัยโลกเพื่อใช้ประกอบการเดินทางระหว่างประเทศออกมาแต่อย่างใด และรัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการนี้ อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดแนวทางเฉพาะกาลในการพัฒนาใบรับรองการฉีดวัคซีนแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Vaccination Certificate) แล้ว

“หมอพร้อม” ยังช่วยให้ท่านสามารถค้นหาหน่วยบริการตรวจโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้ โดยเฉพาะประชาชนที่มีความเสี่ยง สามารถค้นหาหน่วยบริการตรวจโควิด 19 ได้ 2 วิธี คือ ค้นหาจากพิกัดใกล้ตัว และค้นหาจากชื่อหน่วยบริการ นอกจากนี้ท่านยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกระทรวงสาธารณสุขผ่าน “หมอพร้อม” ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 “ไลน์ หมอพร้อม” มีผู้ลงทะเบียนเข้าใช้แล้วกว่า 1.9 ล้านคน

“ไลน์ หมอพร้อม” จะมีการเปิดตัวเวอร์ชั่น 2 ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดและปรับปรุงแก้ไขจากการใช้งานที่ผ่านมา และนอกจากแอปพลิเคชันทางไลน์แล้ว กระทรวงสาธารณสุขจะเปิดตัว “แอปพลิเคชัน หมอพร้อม” สำหรับสมาร์ทโฟน เพิ่มอีก 1 ช่องทาง โดยจะมีรูปแบบการทำงานเหมือนกับ “ไลน์ หมอพร้อม” โดยจะเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เช่นเดียวกัน

การจัดทำระบบหมอพร้อมเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับบริษัทที่ให้บริการระบบ Hospital information system จำนวน 35 บริษัท เพื่อให้มีการเชื่อมข้อมูลผู้ป่วยและสถานะการฉีดวัคซีนแบบ real time เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐ ซึ่งระบบนี้ใช้เวลาในการพัฒนาไม่ถึง 3 เดือน ขณะนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนกว่า 1,500 แห่ง รวมทั้งเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนทั้งประเทศกับกระทรวงมหาดไทย และข้อมูลหมายเลขหนังสือเดินทางจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบบหมอพร้อมเวอร์ชั่น 2 นี้ จะสามารถรองรับผู้ลงทะเบียนเพิ่มได้อีก 10 ล้านคนในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ ข้อมูลของผู้ที่ฉีดวัคซีนทั้งหมด จะถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างปลอดภัย

จะเห็นได้ว่า รัฐบาลพยายามเต็มที่ในการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการฉีดวัคซีน และเพื่อสนับสนุนให้โรงพยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถทำงานได้ง่ายและสะดวกขึ้น จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านลงทะเบียนเข้าสู่ระบบหมอพร้อม ไม่ว่าจะเป็นทางไลน์ หรือ แอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองในการเข้าถึงข้อมูลการฉีดวัคซีนที่รวดเร็ว อีกทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และ อสม. ซึ่งเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ไปด้วยกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *