รพ.สนาม
สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง
รองรับผู้ป่วยโควิด 7,000 เตียง

ใจความสำคัญ

  • รัฐบาลเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามที่สามารถรองรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ถึง 7,000 เตียง โดยใช้พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • โรงพยาบาลสนามสุวรรณภูมิ ดัดแปลงจากอาคารเทียบเครื่องบินรองหลักที่ 1 หรือ SAT1 ซึ่งมีพื้นที่ใช้งานมากถึง 2 แสนตารางเมตร และยังไม่เคยเปิดใช้งาน เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงสร้างห้องไอซียูอย่างเต็มระบบ จะสามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวและสีเหลืองได้ 5,000 เตียง เพื่อทดแทนโรงพยาบาลสนามบุษราคัมที่อิมแพค เมืองทองธานี ที่หมดสัญญาเช่า โดยโรงพยาบาลสนามสุวรรณภูมิ จะเปิดรับผู้ป่วยได้ในเดือนตุลาคมนี้
  • ส่วนโรงพยาบาลสนามดอนเมือง หรือโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทท่าอากาศยานไทยกับกรมธนารักษ์ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และประชาชนจิตอาสา จะเปิดรับผู้ป่วยได้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 โดยจะใช้อาคารคลังสินค้าขาออกที่ 4 พื้นที่ 18,000 ตารางเมตร อยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารหลัก 2.5 กิโลเมตร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000 เตียง

โรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า เป็นไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้อย่างมาก ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเข้ารับการรักษามากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จนส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเตียงสำหรับผู้ป่วย รัฐบาลจึงได้พยายามเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการรับมือ โดยระดมบุคลากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ สนับสนุนทั้งโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม Hospitel มีการตั้งศูนย์พักคอย หรือ Community Isolation รวมทั้งนำระบบการรักษาแบบแยกกักที่บ้าน หรือ Home Isolation และแนวทางส่งผู้ป่วยไปรักษายังภูมิลำเนามาใช้ ควบคู่ไปกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

จากข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ต้องการให้ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ทุกคนได้รับการดูแลและรักษา จึงนำไปสู่การที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสร้างโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยล่าสุด รัฐบาลกำลังจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งใหม่ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อกว่า 7,000 เตียง

สนามบินสุวรรณภูมิ มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นโรงพยาบาลระดับสูง โดยดัดแปลงจากอาคารเทียบเครื่องบินรองหลักที่ 1 หรือ SAT1 ที่มีความสูง 4 ชั้น ตัวอาคารยาว 1 กิโลเมตร พื้นที่ใช้สอย 2 แสนตารางเมตร ซึ่งในปัจจุบัน ตัวอาคารก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน และมีความพร้อมทั้งระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และน้ำประปา เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงห้องไอซียูอย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวและสีเหลืองได้มากถึง 5,000 เตียง

โรงพยาบาล SAT1 สนามบินสุวรรณภูมิ จะใช้บริเวณชั้น 2 เป็นที่ทำการแพทย์และเตียงผู้ป่วยไอซียู 940 เตียง ส่วนชั้นที่ 3 และ 4 จะเป็นเตียงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวและสีเหลืองประมาณ 3,560 เตียง โดยจะสามารถเปิดใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อแทนที่โรงพยาบาลสนามบุษราคัม ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาเช่ากับอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ในเดือนสิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ที่สนามบินดอนเมือง ก็กำลังมีการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามอีกหนึ่งแห่ง ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี โดยใช้อาคารคลังสินค้าขาออกที่ 4 ซึ่งไม่ได้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2549 พื้นที่ประมาณ 16,000-18,000 ตารางเมตร เมื่อดัดแปลงเสร็จสมบูรณ์ จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000 เตียง ขณะนี้ การก่อสร้างระยะแรกเสร็จสิ้นลงแล้ว สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการในกลุ่มสีเขียวจำนวน 1,800 เตียง และเมื่อทดสอบระบบทั้งด้านการแพทย์และการสนับสนุน รวมทั้งความเรียบร้อยอื่น ๆ เสร็จแล้ว คาดว่า จะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้

ส่วนความกังวลที่สืบเนื่องจากการให้ผู้ป่วยโควิด-19 มารักษาตัวในโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสนามบินดอนเมืองนั้น บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยืนยันว่า อาคารคลังสินค้าดังกล่าวเป็นอาคารเดี่ยวที่อยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารหลักถึง 2.5 กิโลเมตร และเมื่อได้ปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนาม ก็จะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและกั้นพื้นที่โดยรอบ ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ มีการกำหนดเส้นทางการเข้า-ออก ทั้งเส้นทางที่ปลอดเชื้อ และเส้นทางกรณีฉุกเฉิน รวมถึงระบบสุขาภิบาล เพิ่มมาตรการบำบัดน้ำเสีย การระบายอากาศ การกำจัดสิ่งปฏิกูล

ที่สำคัญ คือ ก่อนจะเปิดใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการท่าอากาศยานและชุมชนโดยรอบ โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะต้องผ่านการอนุมัติ และรับรองมาตรฐานโดยหน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครก่อน

โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี เกิดขึ้นจากการร่วมมือของหลายภาคส่วน ประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมธนารักษ์ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และประชาชนจิตอาสา ที่มาช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อให้พร้อมรักษาผู้ป่วยได้โดยเร็วที่สุด โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของความสามัคคีของคนไทยที่ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกัน เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

#ร่วมมือร่วมใจสู้ภัยโควิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *