ยกเว้นภาษี
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ
“พักทรัพย์ พักหนี้”

ใจความสำคัญ

  • เพื่อเสริมให้โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” สำหรับผู้ประกอบการที่ออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้ออกมาตรการเพิ่มเติม ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบันการเงินอันเนื่องมาจากโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” และให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้สำหรับการดำเนินมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ด้วย

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดระลอก 3 ของโรคโควิด-19 ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อม ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม และส่วนใหญ่ยังเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน โดยมีหนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่มีรายรับ ทำให้ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้คืน รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการ “พักทรัพย์ พักหนี้” เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบต่อโครงการนี้ไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564

โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่รายได้ขาดหาย ไม่พอชำระหนี้และค่าใช้จ่ายหมุนเวียนต่าง ๆ แต่ยังมีศักยภาพและมีความตั้งใจในการรักษาธุรกิจให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย โดยดำเนินการผ่านกลไกการรับโอนสินทรัพย์หลักประกันเพื่อชำระหนี้ของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ เพื่อช่วยมิให้ผู้ประกอบการถูกกดดันให้ขายกิจการในราคาที่ต่ำและต้องเลิกประกอบกิจการไป โดยสถาบันการเงินจะทำหน้าที่เป็น “ที่พักของกิจการหรือสินทรัพย์” และให้สิทธิเจ้าของเดิมในการซื้อสินทรัพย์คืนเป็นคนแรกบนเงื่อนไขขายเท่าไหร่ก็ซื้อคืนราคาใกล้ ๆ กัน ภายในระยะเวลา 3 – 5 ปี รวมทั้งให้เจ้าของเดิมสามารถเช่าทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อประกอบธุรกิจต่อไป โดยค่าเช่าที่จ่ายนี้จะถูกนำไปหักออกจากราคาซื้อคืนด้วย เพื่อเป็นการช่วยลดภาระหนี้ของผู้ประกอบการ ไม่ให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ สามารถประคับประคองกิจการและรักษาการจ้างงาน จวบจนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะมีโอกาสซื้อทรัพย์สินกลับคืนมา

เพื่อให้โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยลดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการได้มากขึ้น เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้ให้ความเห็นชอบต่อมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ โดยอนุมัติหลักการการยกเว้นภาษีอากรสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญของสถาบันการเงินจากบัญชีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ ตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบด้วย

ร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีทั้ง 2 ฉบับ มีรายละเอียดดังนี้

  1. ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ …) พ.ศ. …

    – ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบันการเงิน อันเนื่องมาจากโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้”

    – ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงิน สำหรับการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า และการกระทำตราสาร อันเนื่องมาจากโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้”

  2. ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ … (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้

    – กำหนดให้การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงินในส่วนของหนี้ที่สถาบันการเงินได้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ อันเนื่องมาจากโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ปกติ

สำหรับมาตรการที่ออกมาเพิ่มเติมในครั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่า รัฐจะสูญเสียรายได้ราว 12,000 ล้านบาท แต่ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้ คือ เราจะสามารถช่วยต่อลมหายใจของผู้ประกอบการให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ ไม่ต้องเลิกกิจการ หรือขายกิจการไปในราคาที่ไม่เป็นธรรม และป้องกันมิให้กลุ่มทุนต่างชาติถือโอกาสที่เศรษฐกิจไทยซบเซาเข้ามากว้านซื้อกิจการของไทย

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการและโครงการอื่น ๆ อีกมากที่รัฐบาลได้ทยอยออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจและประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการจ่ายเงินเยียวยา มาตรการสินเชื่อ มาตรการพักหนี้ มาตรการทางภาษี ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และประคับประคองธุรกิจไทยให้พวกเราก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

#ประเทศไทยต้องชนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *