ท่าเรือปากเมง
จ.ตรัง
ประตูเชื่อมสู่
วงแหวนอันดามัน

ใจความสำคัญ

  • เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 รัฐบาลได้เห็นชอบให้ดำเนินการปรับปรุงท่าเรือปากเมง ซึ่งตั้งอยู่ในหาดปากเมง อ.สิเกา จังหวัดตรัง เนื่องจากได้ใช้งานมานานเกือบ 30 ปี จึงมีสภาพทรุดโทรม เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายแก่ผู้มาใช้บริการ โดยท่าเรือนี้เป็นท่าเทียบเรือที่พานักท่องเที่ยวไปสู่เกาะที่สวยงามของจังหวัดตรัง และเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ หรือเกาะพีพี จังหวัดภูเก็ตได้
  • การปรับปรุงท่าเรือปากเมง ใช้งบประมาณ 144 ล้านบาท คาดว่า จะเปิดให้บริการได้ในเดือนสิงหาคม ศกนี้ ทั้งนี้ เป็นการปรับปรุงโดยยึดหลักแนวคิดการออกแบบและการบริการเพื่อคนทุกกลุ่ม หรือ Universal Design & Service Design และมีการออกแบบที่สวยงาม พร้อมเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่รองรับการเชื่อมโยงเพื่อการท่องเที่ยว ตั้งแต่เครื่องบิน ต่อรถ และลงเรือ ไปตามหมู่เกาะต่าง ๆ ในจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดเป็นเส้นทางการเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน”

จังหวัดตรัง หัวเมืองสำคัญของภาคใต้ ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังแค่เรื่องหมูย่าง แต่ยังเป็นหนึ่งในจังหวัดฝั่งอันดามันที่ขึ้นชื่อในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอันสวยงามและมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ เช่น เกาะลิบง เป็นแหล่งอนุรักษ์พะยูนที่สำคัญของประเทศ ทั้งยังมีเกาะมุก เกาะกระดาน เกาะสุกร และหาดปากเมง ซึ่งล้วนขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยว

“ท่าเรือปากเมง” เป็นท่าเรือสำคัญของจังหวัดตรังที่นำนักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะต่าง ๆ โดยรอบ ท่าเรือนี้ตั้งอยู่ที่หาดปากเมง อ.สิเกา โดยไม่เพียงแต่เป็นท่าเทียบเรือพานักท่องเที่ยวไปสู่เกาะต่าง ๆ ของจังหวัดตรังเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังไปยังเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และเกาะพีพี จังหวัดภูเก็ตได้อีกด้วย

จุดเด่นของท่าเรือปากเมง คือ การมีเกาะขนาดใหญ่ล้อม ช่วยกำบังคลื่นลมเอาไว้ ทำให้สงบตลอดทั้งปี เมื่อถึงช่วงมรสุมจึงไม่เกิดปัญหาในการขึ้นลงเรือ ขณะที่การเดินทางมายังท่าเรือก็สะดวกสบาย ทำให้ท่าเรือแห่งนี้ถูกยกให้เป็นประตูสู่ทะเลอันดามัน มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการแต่ละปีจำนวนมาก โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลเมื่อปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด มีนักท่องเที่ยวขาออก 67,430 คน ขาเข้า 66,826 คน จำนวนเรือออก 2,148 เที่ยว เรือเข้า 2,058 เที่ยว และช่วงเทศกาลมีนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คนต่อวัน

ท่าเรือปากเมงเดิม ก่อนการปรับปรุง

อย่างไรก็ดี ท่าเรือปากเมงแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2536 หรือเกือบ 30 ปีที่แล้ว ด้วยความที่เป็นท่าเรือหลักเพียงแห่งเดียวของจังหวัดตรัง จึงทรุดโทรมจากการใช้งานเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่ผู้มาใช้บริการ อีกทั้งยังไม่มีอาคารพักผู้โดยสารสำหรับอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วย ทำให้แม้จะอยู่ในที่ตั้งที่ดี แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้สมกับศักยภาพของพื้นที่ ส่งผลให้จังหวัดตรังขาดโอกาสในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับปรุงท่าเรือแห่งนี้ใหม่

รัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในขณะนั้น จึงได้อนุมัติงบประมาณ 144 ล้านบาท ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 20-21 สิงหาคม 2561 ให้กรมเจ้าท่าไปเร่งดำเนินการปรับปรุงท่าเรือปากเมง เพื่อพัฒนาศักยภาพให้รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างเพียงพอ และเป็นการช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดตรังและประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น

ต่อมา กรมเจ้าท่าจึงได้ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกแบบปรับปรุงท่าเรือดังกล่าวให้มีความแข็งแรง เหมาะสม สวยงาม โดยยึดหลักแนวคิดการออกแบบและการบริการเพื่อคนทุกกลุ่ม หรือ Universal Design & Service Design แบ่งงานออกเป็น 4 ส่วน คือ การปรับปรุงท่าเทียบเรือ ขนาด 15×30 เมตร การก่อสร้างโป๊ะจอดเรือ 8×30 เมตร การปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือ 145 เมตร และการก่อสร้างอาคารบริการ-ที่พักคอยของนักท่องเที่ยว และมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการท่าเรือเดิม ก่อนจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2562

ลักษณะพิเศษของท่าเรือปากเมงใหม่ คือ มีการออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสารให้มีรูปลักษณ์คล้ายตัวปลากระเบน ให้ส่วนของสะพานเชื่อมท่าเรือเหมือนกับหางปลากระเบนยื่นออกไปในทะเล พร้อมขยายสะพานเชื่อมดังกล่าวให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่บรรทุกผู้โดยสารหลายร้อยคนได้ถึง 2 ลำในเวลาเดียวกัน ในส่วนอาคารพักผู้โดยสารก็กว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวครบครัน

ปัจจุบัน การปรับปรุงกำลังจะแล้วเสร็จ เหลือเพียงการติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวก และปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยคาดว่า จะเปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนได้ในเดือนสิงหาคม ศกนี้ และด้วยรูปแบบการก่อสร้างที่สวยงาม คาดว่า ท่าเรือแห่งนี้น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดตรังอีกด้วย

เมื่อท่าเรือปากเมงเปิดใช้งาน จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง รวมทั้งรองรับการเดินทางแบบเชื่อมโยง ด้วยการลงเครื่องบิน ต่อรถ ลงเรือไปท่องเที่ยวพักผ่อนยังหมู่เกาะใกล้เคียง จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการที่จะทำให้เกิดเป็นเส้นทางการเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน” ในอนาคตได้

#มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน
#ชีวิตวิถีใหม่ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *