ทางด่วนภูเก็ต
กะทู้-ป่าตอง
ทางด่วนสายแรก
ของไทย
ที่มอเตอร์ไซค์วิ่งได้

ใจความสำคัญ

  • เนื่องจากในระยะหลายปีที่ผ่านมา ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวและประชากรเพิ่มขึ้นมาก ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะเส้นทางจากอำเภอกะทู้ อำเภอเมือง ไปยังหาดป่าตอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยที่เส้นทางเป็นภูเขาสูงที่ทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน รวมทั้งในอดีตยังสร้างแบบผิดหลักวิศวกรรม ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • วันที่ 17 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ได้เห็นชอบในหลักการให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี เรื่องนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งหากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ จะทำให้เกิดทางด่วนสายแรกของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นทางด่วนสายแรกของประเทศไทยที่มีอุโมงค์และเปิดให้รถจักรยานยนต์วิ่งได้ รวมทั้งยังจะสามารถใช้เป็นเส้นทางอพยพในกรณีที่เกิดภัยพิบัติได้ โดยมีมูลค่าโครงการ 14,177 ล้านบาท และจะเปิดให้บริการได้ปลายปี 2569 หรือไม่เกินต้นปี 2570

จังหวัดภูเก็ต เป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย โดยมีชายหาดสวยงามกว่า 30 แห่งให้เลือกพักผ่อน มีหาดทรายขาวสะอาด ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีโรงแรมรีสอร์ทสวยงามเป็นจำนวนมากเหมาะต่อการพักผ่อน อีกทั้งยังมีบริการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างครบครัน ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาที่จังหวัดนี้ปีหนึ่ง ๆ ถึงกว่าเก้าล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่าสี่แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวและประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเส้นทางจากอำเภอเมืองผ่านอำเภอกะทู้ไปยังหาดป่าตอง ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพที่เป็นภูเขาสูง และเส้นทางที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน อีกทั้งยังสร้างผิดหลักวิศวกรรมจนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถแหกโค้งตกเขาขึ้นบ่อย ๆ สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ชาวภูเก็ตเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหาโดยการสร้างถนนใหม่มาทดแทนถนนอันตรายดังกล่าว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด จนมาถึงยุครัฐบาลปัจจุบัน ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคม และได้มอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเส้นทางใหม่ดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ บอร์ด PPP (Public Private Partnerships) ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการต่อรูปแบบการลงทุนก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 14,177 ล้านบาท โดยให้เอกชนลงทุนสร้างและได้รับสิทธิในการจัดเก็บรายได้ และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง เป็นระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี นับจากวันที่ กทพ. แจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน หรือที่เรียกว่าการลงทุนแบบ PPP Net Cost

โครงการนี้มีความพิเศษ คือ เป็นทางด่วนสายแรกของประเทศไทยที่มีอุโมงค์ และยังเป็นทางด่วนสายแรกของประเทศไทยที่จะเปิดให้รถจักรยานยนต์วิ่งได้ รวมทั้งยังถูกออกแบบมาให้ใช้เป็นเส้นทางอพยพกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะหากเกิดสึนามิขึ้นมาอีกครั้ง

ทางด่วนสายแรกของจังหวัดภูเก็ตเส้นนี้ จะมีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับถนนพระเมตตา (ถนนผังเมืองรวมสาย ก) ในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด จากนั้นจะเจาะอุโมงค์ลอดเขามียาว 1.85 กิโลเมตร และเป็นทางยกระดับอีก 1.23 กิโลเมตร ก่อนสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร

สำหรับรูปแบบการก่อสร้าง จะมีขนาด 8 ช่องจราจร หรือไป-กลับ 4 ช่องจราจร แต่ออกแบบให้รถยนต์วิ่ง 2 ช่องจราจร และแบ่งให้รถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นพาหนะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและชาวภูเก็ตอีก 2 ช่องจราจร โดยให้มีแบริเออร์คอนกรีตกั้นเพื่อความปลอดภัย เบื้องต้นจะคิดค่าผ่านทางรถจักรยานยนต์ 15 บาท รถ 4 ล้อ 40 บาท รถ 6-10 ล้อ 80 บาท และมากกว่า 10 ล้อ 125 บาท (เบื้องต้น มีการประมาณการว่า อาจต้องมีการปรับค่าผ่านทางขึ้นทุก 5 ปี) กทพ. คาดว่า จะมีผู้ใช้รถที่เลือกใช้เส้นทางพิเศษนี้มากถึง 71,050 คันต่อวัน ทั้งนี้ โครงการนี้มีประมาณการอัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจถึงร้อยละ 20.44 และอัตราผลตอบแทนด้านการเงินร้อยละ 8.94 ทำให้ขณะนี้มีเอกชนหลายรายสนใจเข้าประมูลโครงการ

ในขั้นตอนต่อจากนี้ บอร์ด PPP จะเสนอโครงการเพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติภายในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี้ ก่อนจะตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนให้ได้ภายใน 1 เดือนหลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาภายในปีนี้ ทั้งนี้ ตามแผนงาน จะเปิดให้บริการได้ปลายปี 2569 หรือไม่เกินต้นปี 2570

นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า จะลงพื้นที่ จ. ภูเก็ต เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เรื่องการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต ยังมีโครงการด้านคมนาคมที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการอีกสองโครงการ ได้แก่ (1) โครงการทางด่วนช่วงสนามบินภูเก็ต-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 32 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้จะเชื่อมต่อกับทางด่วนกะทู้-ป่าตองด้วย โดยขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างศึกษาการร่วมลงทุน PPP สำหรับโครงการนี้และตั้งเป้าหมายจะเปิดให้บริการในปี 2571 และ (2) โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาหรือแทรมป์ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการดังกล่าวอยู่

เมื่อโครงการทั้งหมดก่อสร้างเสร็จสิ้นในอีก 5-6 ปีข้างหน้า จะช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวตามแผนการพัฒนากลุ่มจังหวัดสามเหลี่ยมอันดามัน ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ โดยที่มีจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความงามของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้มากกว่า 9 ล้านคน (สถิติปี 2562) และเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจของไทยและอาเซียนสู่เอเชียใต้อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *