“ตามไฟ”
เครื่องมือใหม่
ที่ให้คุณ
มีส่วนร่วมใน
การพิทักษ์ป่า

ใจความสำคัญ

  • เว็บไซต์ “ตามไฟ” หรือ Tamfire.net เป็นหนึ่งในเครื่องมือใหม่ที่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และบริษัทเอกชน ในการนำข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม มาแสดงผลเป็นแผนที่ไฟป่าเพื่อให้ทุกคนที่สนใจสามารถใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมไฟ โดยมีวัตถุประสงค์ไม่เพียงเพื่ออนุรักษ์ป่า แต่ยังจะช่วยในการลดฝุ่น PM 2.5 ด้วย
  • เว็บไซต์ “ตามไฟ” จะแสดงให้เห็นจุดความร้อน และข้อมูลเกี่ยวกับการเผาไหม้อื่น ๆ อาทิ ขอบเขต ขนาดพื้นที่เผาไหม้ ตำแหน่งและทิศทางการเคลื่อนที่ของหัวไฟป่าแต่ละกอง เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ได้มีส่วนร่วมในการช่วยวิเคราะห์การเผาในที่โล่งและไฟป่าในบริเวณใกล้เคียงกับชุมชนของตนเอง รวมทั้งวางแผนป้องกันการเกิดไฟไหม้ซ้ำจุดเดิมในฤดูกาลต่อไป การจัดทำเว็บไซต์ดังกล่าว สอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่ต้องการให้ภาครัฐใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศให้มากที่สุดในทุกมิติ และจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายรัฐบาลเปิด หรือ Open Government

การเผาในที่โล่งที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การเผาป่าเพื่อเก็บของป่า และการเผาเพื่อทำเกษตรกรรม ในมุมหนึ่งเป็น “วิถีชีวิต” เพื่อการเลี้ยงชีพของคนมายาวนาน แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากปราศจากการควบคุมดูแลที่เหมาะสม ก็เป็นวิถีที่เบียดเบียนธรรมชาติ นำไปสู่ความไม่สมดุลของสิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่การทำลายความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่า การทำลายป่าต้นน้ำ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของภาวะโลกรวน และที่สำคัญ ยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดหลักของมลพิษทางอากาศ เช่น มลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน ตลอดจนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเป็นประจำทุกปี รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศเป็นวาระแห่งชาติเมื่อปี 2562 และการลดการเผาในที่โล่งก็เป็นหนึ่งในวิธีการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษด้วย

การลดปริมาณการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะส่วนที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ จึงเป็นโจทย์หนึ่งที่สำคัญของสังคมไทย และเป็นสิ่งที่ประชาชน ตลอดจนภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนต่างให้ความสำคัญ และติดตามพัฒนาการการแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา การที่เราจะหาข้อมูลว่า ตอนนี้มีกองไฟกี่กอง ขนาดเท่าใด อยู่ตรงจุดใด ในพื้นที่รอบตัวหรือในจุดอื่น ๆ ทั่วประเทศไทยตรงไหนบ้าง พบว่า เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ข้อมูลเช่นนี้ อาจฟังดูไม่จำเป็นสำหรับคนกรุงที่ไม่ต้องประสบปัญหาจากการเผาในที่โล่งโดยตรงเท่าใดนัก แต่สำหรับคนในต่างจังหวัดที่อยู่ในเขตเกษตรกรรมและป่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มีค่า เพราะช่วยให้แต่ละหมู่บ้านสามารถเตรียมตัวหนีภัย ระดมกำลังไปดับไฟ เตรียมแนวป้องกันไฟ ตัดสินใจว่าจะเผาไฟในวันนี้หรือไม่ รวมทั้งสามารถเตรียมวางแผนรับฝุ่นควันพิษที่จะตามมาได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการปกป้องกลุ่มที่เปราะบางต่อฝุ่นพิษ เช่น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์และคนชรา

การขาดข้อมูลเหล่านี้ ยังทำให้ประชาชน รวมถึงภาครัฐเองไม่ทราบสถานการณ์เผาไหม้ที่แท้จริงอย่างสมบูรณ์ การควบคุมและป้องกันไฟจึงทำได้ลำบาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ล่าช้าและขาดการจัดการแสดงผลที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน ไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการไหม้ที่ซ้ำซากเพื่อช่วยกันหาวิธีแก้ไขในอนาคตได้ดังที่ควรเป็น

แต่….ในฤดูกาลฝุ่นในหน้าหนาวปีนี้ ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน “ตามไฟ” หรือ Tamfire.net ซึ่งเป็นแผนที่แสดงสถานการณ์เผาในที่โล่ง ซึ่งรวบรวมมาจากข้อมูลดาวเทียมนานาชาติที่มีความก้าวหน้าและทันสมัย โดยเป็นการแสดงภาพรวมและข้อมูลพื้นฐานของไฟป่าแต่ละกอง ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบฤดูไฟ และสามารถสืบสวนถึงตำแหน่งและวันเวลาของจุดกำเนิดไฟป่า ก่อนนำมาขยายผลแก้ไขปัญหาต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งในช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและร่วมกันแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

เว็บแอปพลิเคชันนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) สมาคมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล นำโดย ดร.เจน ชาญณรงค์ ประธานสมาคมฯ ซึ่งเป็นนักวิชาการไฟป่าแนวหน้าคนหนึ่งของไทย คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรรมด้านการป้องกันอัคคีภัย

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของผู้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันนี้ นอกเหนือจากประชาชนทั่วไป คือ กลุ่มเยาวชน เพราะเยาวชน คือ กำลังสำคัญในการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ตกทอดไปยังคนรุ่นหน้า โดยการเริ่มมีส่วนร่วมกับคนทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้

และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนมีความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีจึงได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรข้างต้น เปิดรับสมัครเยาวชนจิตอาสาที่มีความสนใจในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเป็น “นักสืบไปฟ่า” ในโครงการ “ท้านักสืบไฟป่ายุวชน” ซึ่งจะทดลองใช้งานเว็บแอปพลิเคชันตามไฟ ในการวิเคราะห์ไฟป่าและวางแผนป้องกันไฟป่าจริงในพื้นที่นำร่อง

เว็บไซต์ “ตามไฟ” ทำงานอย่างไร

เว็บไซต์ “ตามไฟ” มีหลักการคล้ายคลึงกับเว็บไซต์ Wildfires – Disaster Response Program ของสหรัฐอเมริกา

โดยเป็นการแสดงตำแหน่งของไฟด้วยดาวเทียมซึ่งเป็นเสมือน “ดวงตาจากฟ้า” ที่โคจรตรวจจับความร้อนบนพื้นผิวโลก และสามารถจำแนกประเภทของพื้นที่ถูกเผาไหม้ได้ อันเป็นข้อมูลสำคัญต่อการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและช่วยให้ประชาชนสามารถรู้ถึงภัยอันตรายได้อย่างทันการณ์ ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และลดมลพิษทางอากาศ

เว็บไซต์ “ตามไฟ” เป็นการนำข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลกจำนวน 4 ดวง (ดาวเทียม Terra, Aqua, NOAA-20 และ Suomi NPP) มาแสดงผลร่วมกัน โดยอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนที่ชื่อว่า Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) และ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) ของดาวเทียม สามารถตรวจจับรังสีความร้อนจากพื้นผิวที่มีอุณหภูมิสูงกว่าสิ่งแวดล้อม เพียง 15 องศาเซลเซียสบนพื้นผิวโลก และด้วยความกว้างของภาพถ่ายที่มากถึง 2,330 – 3,060 กิโลเมตร ทำให้ไม่ว่าจะเกิดการเผาไหม้ในที่โล่งหรือไฟป่าที่มุมไหนของประเทศ ก็ไม่อาจรอดพ้นดวงตาจากฟ้านี้ไปได้ โดยระบบจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการประมวลผลจุดความร้อน (Hot Spot) และเผยแพร่บนเว็บไซต์ในทันที

เว็บไซต์ “ตามไฟ” เป็นช่องทางที่จะเปิดให้สาธารณชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้โดยสะดวก รวมทั้งเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลไฟป่า โดยการถ่ายภาพ หรือรายงานข้อมูลผ่านเว็บไซต์นี้ นอกจากนี้ อีกหนึ่งวัตถุประสงค์ที่สำคัญไม่แพ้กันของเว็บไซต์นี้ คือ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์กองไฟโดยทีม “นักสืบไฟป่า” ที่เข้าร่วมในโครงการ “ท้านักสืบไฟป่ายุวชน”

เหล่านักสืบไฟป่า จะนำข้อมูลจากเว็บไซต์ตามไฟมาวิเคราะห์ขอบเขต (perimeter) ขนาดเป็นจำนวนไร่ ตำแหน่ง ทิศทางการเคลื่อนที่ของหัวไฟ ในวันและเวลาต่าง ๆ ของไฟแต่ละกอง ตั้งแต่จุดแรกที่เกิดไฟไหม้จนถึงจุดสิ้นสุด ต่อจากนั้น จะลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจากพื้นที่มาประกอบกับข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์บริบทของสาเหตุไฟป่า โดยในขั้นแรกจะเริ่มจากตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องที่ขึ้นชื่อว่าเกิดไฟป่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยทีมนักสืบไฟป่าจะร่วมกับนักเรียนโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร โดยภายหลังจากสิ้นสุดโครงการนำร่องแล้ว มีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ และขยายไปทั่วประเทศในอนาคต

นับจากนี้ไป คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ จะเป็นแกนนำในการขยายการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชนและภาคประชาชนในพื้นที่เผาไหม้ ไปทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งนิสิตและนักเรียนที่สนใจทั่วประเทศ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และผลของไฟป่าต่อระบบนิเวศ หรือจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐด้านไฟป่าในระยะยาว

เว็บไซต์ “ตามไฟ” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการร่วมมือกันของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นวาระสำคัญระดับชาติที่ไม่มีกลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะสามารถแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จได้เอง แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการรับมือปัญหาไฟป่าในทุกฤดูกาลต่อไป

ท่านที่สนใจขอรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “ท้านักสืบไฟป่ายุวชน” สามารถติดต่อได้ที่ pmduthailand@gmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *