จ้างนักศึกษาจบใหม่
1 หมื่นอัตรา
เป็นพนักงานราชการ
1 ปี

ใจความสำคัญ

  • เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแนวทางการจัดจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา วงเงิน 2,254.32 ล้านบาท เพื่อจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ต้องเป็นผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้าง โดยได้ค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน ตลอดสัญญาการจ้างงาน 1 ปี และจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานราชการปกติ

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งของประเทศไทยและของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลงนี้ ทำให้ภาคเอกชนชะลอการจ้างงานใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงกับนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนว่า เมื่อเรียนจบมาแล้วจะมีงานทำหรือไม่ และจะหาเลี้ยงชีพได้อย่างไร

รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่จากภาคเอกชน เช่น โครงการ Co-Payment ที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนเงินเดือนร้อยละ 50 ของการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ จำนวน 260,000 อัตรา ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือนต่อคน โดยโครงการนี้เริ่มไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 และจะมีไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 ขณะนี้ บรรจุงานได้แล้ว 17,643 ราย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้จัด “มหกรรม JOB EXPO THAILAND 2020 ไทยมีงานทำ” เมื่อวันที่ 26 – 28 กันยายน 2563 โดยนำตำแหน่งงานกว่า 1 ล้านอัตรามาเปิดรับสมัคร โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถบรรจุงานได้ทั้งหมด 1,041,511 ราย แบ่งเป็น การบรรจุงานของภาครัฐ 614,688 ราย และการบรรจุงานของภาคเอกชน 392,457 ราย รวมทั้งยังได้มีการจัดทำแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เพื่อจัดหางานและจัดฝึกอบรมพัฒนาฝีมือและองค์ความรู้ของประชาชนทางออนไลน์ โดยแฟลตฟอร์มนี้นำไปสู่การจ้างงานได้ 147,705 ราย

ต่อมา เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2564 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นักศึกษาจบใหม่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกจำนวนหลายแสนคน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอาจทำให้งานหายาก จนมีนักศึกษาไม่มีงานทำเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการใหม่ เพื่อมาสนับสนุนและเพิ่มโอกาสในการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่อีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ และให้มีการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวนทั้งสิ้น 10,000 อัตรา วงเงิน 2,254.32 ล้านบาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. เสนอ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ เป็นการช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 รวมถึงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

หัวใจสำคัญของมาตรการนี้ คือ การจ้างงานผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่เพิ่งจบใหม่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้าง หรือไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2565 ส่วนค่าตอบแทนจะได้รับ 18,000 บาทต่อเดือนตลอดสัญญาการจ้างงาน ที่สำคัญ คือ ในระหว่างการทำงาน 1 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่นเดียวกับพนักงานราชการปกติ ซึ่งรวมถึงสิทธิประกันสังคม ยกเว้นเฉพาะสิทธิการลาเพื่อไปอุปสมบท หรือประกอบพิธีฮัจญ์ เท่านั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อครบกำหนดการจ้างงานเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้ว ส่วนราชการที่จ้างงานจะต้องยุบกรอบอัตรากำลังดังกล่าว และผู้ได้รับการจ้างงานในครั้งนี้ จะไม่สามารถเรียกร้องขอปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นบุคลากรของภาครัฐประเภทอื่นได้ โดยหากประสงค์จะทำงานกับภาครัฐต่อไป จะต้องสมัครเข้ารับตำแหน่งตามขั้นตอนปกติของการจ้างงานโดยภาครัฐ ทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการสร้างภาระด้านงบประมาณในระยะยาว

สำหรับรายละเอียดการรับสมัคร สำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดให้แต่ละส่วนราชการจัดทำประกาศรับสมัครได้เอง โดยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน กลุ่มงานตามลักษณะงาน ชื่อตำแหน่ง ความรับผิดชอบของตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทนที่จะได้รับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร และเงื่อนไขการจ้างอื่น ๆ อีกทั้งแต่ละหน่วยงานอาจกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาไว้ในประกาศรับสมัครไว้กว้าง ๆ เช่น วิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และทักษะสมรรถนะ หรืออาจเลือกใช้วิธีใด วิธีสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ การทดสอบการปฏิบัติ และการพิจารณาแฟ้มผลงาน เป็นต้น

สำหรับหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการอนุมัติโดยสำนักงาน ก.พ. ให้เปิดรับสมัครพนักงานราชการเฉพาะกิจได้ตามโครงการนี้ มีทั้งหน่วยงานส่วนภูมิภาคในระดับจังหวัด และหน่วยงานราชการของส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค รวม 14 กระทรวง กระจายไป 28 ส่วนราชการ โดยทั้งหมดจะต้องเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญเร่งด่วนและส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง รวมทั้งส่วนราชการที่ให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. จะเร่งดำเนินการจ้างงานคามมาตรการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ครั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อให้นักศึกษาจบใหม่ 10,000 คน มีงานทำทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *