จ้างงาน
นักศึกษาเพิ่ม
ด้วยโครงการ
มหาวิทยาลัยสู่ตำบล

ใจความสำคัญ

  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ได้เริ่มดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T เพื่อให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 76 แห่ง จ้างงานบัณฑิตจบใหม่ 30,000 คน นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 15,000 คน และประชาชนทั่วไปอีก 15,000 คน รวมเป็น 60,000 คน ด้วยเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อทำงานให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมเศรษฐกิจของตำบล โดยหนึ่งตำบล จะมีมหาวิทยาลัยหนึ่งแห่งดูแล
  • แต่ละมหาวิทยาลัยจะร่วมออกแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเป็นพี่เลี้ยงให้แต่ละชุมชนสามารถทำงานอย่างมีบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม พร้อมจัดทำฐานข้อมูลของชุมชนรายตำบล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดความยากจนด้วยการสร้างงานสร้างรายได้ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
  • อว. เริ่มโครงการ U2T มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี สถานะ ณ ปัจจุบัน สามารถยกระดับเศรษฐกิจใน 3,000 ตำบล ผ่าน 9,679 โครงการ เกิดมีเงินหมุนเวียนในชุมชนไม่น้อยกว่าเดือนละ 700 ล้านบาทต่อเดือน และนำไปสู่การจ้างงานคนในพื้นที่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 5.3 แสนคน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เมื่อธุรกิจต่าง ๆ ไม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน ทั้งการเลิกจ้าง และการระงับการจ้างงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลจึงได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การลดภาษีบางประเภท การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่นายจ้างต้องจ่าย เพื่อรักษาการจ้างงาน รวมทั้งการหางานให้แก่ผู้ที่ถูกเลิกจ้างและนักศึกษาที่จบใหม่ เป็นต้น

หนึ่งในโครงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มการจ้างงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่ คือ “โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ “U2T” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ในวงเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาท สำหรับจ้างงานประชาชนทั้งหมด 60,000 คน โดยแบ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี จำนวน 30,000 คน นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 15,000 คน และประชาชนทั่วไปอีก 15,000 คน

โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนทั่วไปและนักศึกษานับหมื่นคนมีงานทำ แต่ยังมีเป้าหมายช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับท้องถิ่น รวม 3,000 ตำบลทั่วประเทศ อีกด้วย

โครงการ U2T นี้ เริ่มโดยการให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 76 แห่ง มารับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ โดย 1 ตำบล จะมี 1 มหาวิทยาลัยดูแล และมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ว่าจ้าง บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 20 คนสำหรับแต่ละตำบล ให้ไปทำงานในพื้นที่ร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพและเศรษฐกิจของตำบลอย่างตรงจุด โดยก่อนที่จะลงไปในพื้นที่ ผู้ที่ได้รับการว่าจ้างตามโครงการนี้ จะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะในหลายด้าน อาทิ ภาษาอังกฤษ การสื่อสาร เทคโนโลยี การเงิน ทักษะด้านสังคม รวมถึงทักษะเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับงานพัฒนาชุมชน

จากนั้น แต่ละกลุ่มจะร่วมกันออกแบบกิจกรรมที่จะเข้าไปปฏิบัติในชุมชน โดยวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้น ๆ พร้อมหาแนวทางแก้ไข ซึ่งรวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาอาชีพ เช่น การยกระดับสินค้า OTOP พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่พี่เลี้ยง คอยบูรณาการการทำงานและสนับสนุนองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชนรายตำบล หรือ Community Big Data เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมีเป้าหมายอย่างชัดเจน

โครงการ U2T ได้เริ่มส่งผู้ที่ได้รับการจ้างงานรวม 6 หมื่นคน ลงไปในแต่ละตำบลเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการ ปัจจุบัน พบว่า ผู้ที่ได้รับการจ้างงานผ่านโครงการ U2T สามารถยกระดับเศรษฐกิจในภาพรวมของ 3,000 ตำบล ผ่านโครงการย่อยในแต่ละพื้นที่อีกรวมทั้งสิ้น 9,679 โครงการ ดังนี้

  • สามารถพัฒนาและสร้างอาชีพใหม่ เช่น ยกระดับสินค้า OTOP และอาชีพอื่น ๆ จำนวน 2,730 โครงการ
  • สร้างและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับการท่องเที่ยว จำนวน 2,047 โครงการ
  • นำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน เช่น เรื่องสุขภาพ และเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จำนวน 2,422 โครงการ
  • ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น เพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน จำนวน 2,318 โครงการ

ส่วนอีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญจากการดำเนินโครงการ U2T ในระยะที่ผ่านมา คือ ได้ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชนไม่น้อยกว่าเดือนละ 700 ล้านบาทต่อเดือน เกิดการจ้างงานเพิ่มเติมในชุมชนมากกว่า 5.3 แสนคน และที่สำคัญ คือ เป็นการจ้างงานคนในพื้นที่ทั้งหมด

ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ U2T เช่น โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอยกดอกบ้านบวก ของตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งมีมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง เป็นผู้ดูแลโครงการ โดยเปลี่ยนรูปแบบการขายผ้าทอยกดอกบ้านบวก ซึ่งเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของชุมชน มาเป็นการขายออนไลน์ พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย และเพิ่มเรื่องเล่าประวัติของลายผ้าแบบต่าง ๆ ให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากจนผลิตแทบไม่ทันเลยทีเดียว

ผ้าฝ้ายทอมือยกดอก ของดีจากบ้านบวก ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ลวดลายมีเอกลักษณ์สวยงาม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านพื้นเมืองที่สืบทอดกันมา

นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง โครงการ U2T เข้ามาส่งเสริมต่อยอดการประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการขายสามารถช่วยยกระดับเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้

เพิ่มช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ผ่าน Page Facebook : กลุ่มหัตถกรรมผ้าฝ้ายทอยกดอกบ้านบวก

อีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จ เกิดขึ้นที่ดินแดนด้ามขวาน ในชุมชนภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งรับผิดชอบดูแลโครงการโดยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

ชุมชนแห่งนี้ นักศึกษาและประชาชนจากโครงการ U2T ได้ร่วมกันเข้าไปพัฒนา ให้ความรู้ และสร้างอาชีพให้ชาวบ้านในพื้นที่หลายโครงการ เช่น โครงการสปาชาวบ้าน สร้างรายได้ชุมชุม ซึ่งนักศึกษาจากสาขาพยาบาลได้แนะนำการนวดแผนไทย การทำสปาหน้า มือ และเท้า ด้วยวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น และสอนทำยาหม่องสมุนไพร พร้อมสอนทักษะการใช้ภาษามลายูให้แก่ชาวบ้านเพื่อให้สามารถพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนเมื่อสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลายแล้วได้อีกด้วย

นักศึกษาสาขาพยาบาล มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โครงการ U2T กำลังสอนชาวชุมชนภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ให้นวดแผนไทย

อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สอนการทำสปาหน้า มือ และเท้า ต่อยอดการท่องเที่ยววิถีธรรมชาติและเรียนรู้วิถีชุมชน

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว โครงการภายใต้กรอบ U2T ยังมีการสอนเทคนิคการเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มมิ่ง โดยแนะนำการติดตั้งระบบการจ่ายน้ำพร้อมปุ๋ยซึ่งสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมแนะนำเทคนิคในการปลูกพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น ควรจะให้น้ำอย่างไร ให้ปุ๋ยอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่ชุมชน

แม้โครงการ U2T จะมีระยะเวลาเพียง 1 ปี แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบในการพัฒนาประเทศระยะยาว ที่เริ่มจากระดับนโยบายลงไปสู่ท้องถิ่น และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ในรูปแบบของการผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ากับแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้างรากแก้วทางเศรษฐกิจของท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เพื่อให้ผลลัพธ์ในอนาคตเป็นไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

#ประเทศไทยวันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน

#มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *