ขยายพื้นที่ให้บริการตรวจโควิดฟรี
แก่ผู้ที่มีประกันสังคม

ใจความสำคัญ

  • ผู้ประกันตนตาม พรบ. ประกันสังคม มาตรา 33,39 และ 40 โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดงและมีความเสี่ยง สามารถตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ได้ฟรีจากโครงการ “แรงงาน…เราสู้ด้วยกัน” ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.
  • ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชน กรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่นดินแดง และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี จ. ปทุมธานี ได้ตั้งแต่วันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2564 และที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 1 สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 1-7 พฤษภาคม 2564 โดยแรงงานที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงและเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงก็สามารถเข้ารับการตรวจได้เช่นกัน
  • หากท่านพบว่า ตนเองมีความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนด สามารถลงทะเบียนจองคิวเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php และหากพบว่า ติดเชื้อ ผู้ที่ไม่มีอาการจะถูกส่งไปรักษาที่ฮอสพิเทล แต่หากมีอาการ จะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในเครือประกันสังคมทันที

หลังโรคโควิด-19 แพร่ระบาดระลอกใหม่ทำให้มีผู้สัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงและจำเป็นต้องเร่งตรวจคัดกรองโรคเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งโรงพยาบาลในเครือประกันสังคมมีความแออัดและต้องรอคิวนาน

รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และได้เร่งดำเนินการให้แรงงานได้รับความสะดวกในการตรวจคัดกรองโรคมากยิ่งขึ้น โดยกระทรวงแรงงานได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ดำเนินโครงการ “แรงงาน…เราสู้ด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 17 – 30 เมษายน 2564 เพื่อให้แรงงานผู้ประกันตนตาม พรบ. ประกันสังคม มาตรา 33,39 และ 40 โดยเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงที่มีความเสี่ยงได้เข้าตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเปิดให้แรงงานจองคิวเข้ารับการตรวจใน 5 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี ชลบุรี และเชียงใหม่

นอกจากโครงการนี้จะได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยลดปัญหาแออัดในสถานพยาบาลและสถานบริการตรวจโรคต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นการตรวจเชิงรุกเพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดออกไปเป็นวงกว้างได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยในการดำเนินโครงการระยะที่ 1 มีแรงงานเข้ารับการตรวจคัดกรองแล้วกว่า 45,000 คน และพบผู้ติดเชื้อกว่า 700 คน ซึ่งทั้งหมดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนทางสาธารณสุขที่โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมและฮอสพิเทลแล้ว

ล่าสุด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังขยายวงกว้าง รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานจึงได้ขยายโครงการดังกล่าวสู่ระยะที่ 2 โดยเปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ระหว่างวันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2564 ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และสมุทรปราการ ทั้งนี้ การตรวจไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้เท่านั้น แต่แรงงานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจุดตรวจและเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็สามารถไปเข้ารับการตรวจได้เช่นกัน

แต่ก่อนที่ผู้ประกันจะเดินทางไปตรวจหาเชื้อ ต้องขอความร่วมมือจากท่านในการตรวจสอบเสียก่อนว่า ตนเองเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. กำหนดหรือไม่ ดังนี้

1. มีอาการตามนิยามของผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด–19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คือ

– มีไข้อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป

– ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส

– มีผื่นขึ้น ตาแดง หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย

2. มีอาการตามข้อ 1 ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงหนึ่งใน 4 ข้อ ดังนี้

– เคยมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ในระยะเวลา 14 วัน

– ไปในสถานที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีรายงานว่าเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด–19 เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง สถานพยาบาล และขนส่งสาธารณะ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

– เดินทางไปหรือมาจากประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยโควิด–19 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

– ผู้ที่ปฏิบัติงานในสถานกักกันโรค

3. เป็นผู้ที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่า เป็นโรคโควิด-19 แม้ยังไม่มีอาการป่วย แต่สงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ ก็สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้เช่นกัน

ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19

หากพบว่าตนเองมีความเสี่ยงและเข้าหลักเกณฑ์ในข้างต้น ท่านสามารถลงทะเบียนจองคิวผ่านระบบออนไลน์ ตามขั้นตอน ดังนี้

– เข้า Google แล้วพิมพ์คำว่า “แรงงานเราสู้ด้วยกัน” หรือคลิกที่ลิงก์ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php หรือ สแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง

– กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขหนังสือเดินทาง

– กรอกข้อมูลประเมินความเสี่ยงตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนด

– จองคิวเข้ารับการตรวจผ่านระบบดังกล่าว

ในวันที่ท่านเดินทางไปรับการตรวจ มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

– ผู้ประกันตนจะต้องพกบัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจ

– หากรายใดลงทะเบียนแล้วไม่มาตรวจตามนัด จะต้องลงทะเบียนใหม่

– เมื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 เสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้ทันที และรอรับผลการตรวจทาง SMS ตามหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่แจ้งไว้

– หากผลการตรวจออกมาพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ผู้ที่ไม่มีอาการจะถูกส่งไปรักษาที่ฮอสพิเทลที่ทำความตกลงไว้กับโรงพยาบาลในเครือประกันสังคม แต่หากอาการหนัก จะส่งไปรักษาในโรงพยาบาลในเครือประกันสังคม ซึ่งมีจำนวน 81 แห่ง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประสานงานและนำรถส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลต่อไป

ท่านสามารถขอรับการตรวจได้ที่ไหนบ้าง

– จุดตรวจอาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ระหว่างวันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.

– วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่ เวลา 08.00-15.00 น. และ

– สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 1 สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 1-7 พฤษภาคม 2564

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดสายด่วน 1506 กด 6 เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกันตนที่ประสงค์จะเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคในโครงการดังกล่าว เช่น แนะนำหลักเกณฑ์การตรวจหาเชื้อ รวมถึงการปฏิบัติตนหลังการตรวจหาเชื้อ หาสถานพยาบาล และส่งตัวผู้ประกันตนที่มีความจำเป็นในการรักษาเข้าโรงพยาบาล โดยให้บริการทุกวัน ในเวลา 08.00 – 17.00 น. จำนวน 10 คู่สาย

สำหรับลูกจ้างผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการ ตามมาตรการคำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว หรือเปิดได้บางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานภาคกลางคืน เช่น ผับ บาร์ สถานบันเทิง ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานบริการ ท่านมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน รวมกันไม่เกิน 90 วันตามกฎกระทรวงแรงงานว่าด้วยการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 โดยสามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.sso.go.th

ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่ แพทย์ และพยาบาลที่มาตรวจคัดกรอง ร่วมกันให้บริการและช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนที่มารับบริการอย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและมาตรการที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดขยายออกไปสู่วงกว้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *