กรุงเทพฯ
อันดับ 1
สุดยอดเมือง
Workation

ใจความสำคัญ

  • เว็บไซต์ www.Holidu.co.uk ได้ทำการจัดอันดับ 150 เมืองทั่วโลกที่เหมาะสมต่อการพักร้อน และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการทำงาน ซึ่งเป็นรูปแบบทำงานที่เป็นที่นิยม สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก หรือที่เรียกว่า Workation ซึ่งมาจากคำว่า “Work” + “Vacation” หรือ “ทำงานไปด้วย พักผ่อนท่องเที่ยวไปด้วย” โดยจัดอันดับให้กรุงเทพมหานครได้อันดับ 1 และจังหวัดภูเก็ตได้อันดับ 10
  • กรุงเทพมหานครได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 สำหรับเมือง workation ยอดเยี่ยม โดยพิจารณาจากค่าเช่าที่อยู่อาศัยต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการออกไปสังสรรค์หลังเลิกงาน ประสิทธิภาพของระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย ชั่วโมงที่มีแสงสว่างในแต่ละวัน สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสากล
  • แน่นอนว่า ความสำเร็จนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ การยกระดับบริการขนส่งมวลชน การขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G ให้มีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมือง ซึ่งช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและราคาไม่แพง

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่ทั้งโลกเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของผู้คนจำนวนมาก ยังทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่หรือที่เราเรียกกันว่า ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ที่ทำให้เราต้องปรับการใช้ชีวิตใหม่ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การเดินทาง การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตในสังคม และในด้านการทำงาน

ยิ่งเมื่อมีการบังคับใช้มาตรการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home ไปทั่วโลก เพื่อลดการเดินทางเคลื่อนที่ของประชาชนและลดความแออัดในสถานที่ทำงาน ทั้งภาครัฐและบริษัทต่าง ๆ ก็ได้ปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ แต่การจะทำงานจากบ้านให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเรามีโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมที่ดี เพื่อให้การติดต่องาน ส่งงาน และการประชุมออนไลน์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว

ในห้วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า มาตรการทำงานจากบ้าน ได้พัฒนากลายมาเป็นเทรนด์ Workation มาจากคำว่า “Work” + “Vacation” ซึ่งหมายความว่า “ทำงานไปด้วย พักผ่อนท่องเที่ยวไปด้วย” หรือหากจะอธิบายให้ละเอียดขึ้นไปอีก ก็คือการทำงานที่เลือกได้ว่าจะทำจากที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่ที่บ้านอย่างเดียว โดยอาจจะนั่งทำงานริมทะเล หรืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาป่าไม้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเครียดจากการทำงานแล้ว ยังได้พักผ่อนไปในตัว รวมทั้งการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมยังช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่องานที่พวกเราทำอีกด้วย

รัฐบาลได้เล็งเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับเทรนด์ Workation จึงได้นำมาต่อยอดเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเหลือธุรกิจโรงแรม ตลอดจนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและภาคเอกชนในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติในสถานการณ์โควิด-19 เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จึงได้จัดทำโครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเริ่มที่จะได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

และด้วยเทรนด์ Workation นี้เอง ได้ทำให้ www.Holidu.co.uk ซึ่งเป็นเว็บไซต์จองสถานที่พักร้อนยอดนิยมสัญชาติอังกฤษ ได้สำรวจและจัดอันดับเมืองที่เหมาะสมต่อ Workation จำนวน 150 เมืองทั่วโลก โดยมีเกณฑ์การจัดลำดับหลากหลาย เช่น ค่าเช่าที่อยู่อาศัยต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการออกไปสังสรรค์หลังเลิกงาน ประสิทธิภาพของระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย ชั่วโมงที่มีแสงสว่างในแต่ละวัน ทางเลือกของสถานที่และกิจกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งได้ประมวลรีวิวจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงดังระดับโลก โดยใช้แหล่งข้อมูล 8 แหล่ง เช่น BestCities.org, Tripadvisor.co.uk เป็นต้น

ผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร คว้าอันดับ 1 มาครอง ในการจัดอันดับ Holidu’s Workation Index ประจำปี 2021 เป็นสุดยอดเมืองที่เหมาะสมสำหรับ Workation มากที่สุดในโลก โดย จ.ภูเก็ต ก็ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในอันดับ 10 อีกด้วย

ส่วนอันดับอื่น ๆ มีดังนี้

2. นิวเดลี อินเดีย

3. ลิสบอน โปรตุเกส

4. บาร์เซโลนา สเปน

5. มีสองเมืองได้รับคะแนนเท่ากัน คือ บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา และบูดาเปสต์ ฮังการี

7. มุมไบ อินเดีย

8. อิสตันบูล ตุรกี

9. บูคาเรสต์ โรมาเนีย

เว็บไซต์ www.Holidu.co.uk ได้ให้เหตุผลการจัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นที่ 1 ว่า เป็นเพราะค่าครองชีพที่ไม่แพง ประชากรมีความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับดี สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกจำนวนมาก และยังมีนโยบายส่งเสริมการเปิดสำนักงานของบริษัทข้ามชาติโดยมีสิทธิประโยชน์มากมาย แม้ว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตของกรุงเทพฯ อาจไม่เร็วที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 28 Mbps แต่ก็มี Wifi ฟรีมากกว่า 450,000 จุด ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดเด่นของกรุงเทพมหานครที่เว็บไซต์ Holidu ได้ระบุไว้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เช่น โครงการปรับทัศนียภาพของเมือง และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้คนเมืองกรุงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนชาวต่างชาติที่มาเยือนก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นด้วย

ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลได้ขยายระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตเมืองและปริมณฑล โดยมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ หมอชิต-คูคต รถไฟฟ้าสายสีทอง รถไฟชานเมืองสายสีแดง และได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนจนแล้วเสร็จ รวมทั้งสามารถเปิดให้บริการรองรับการเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดงไปแล้ว อีกทั้งขณะนี้ ยังมีรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกหลายสายด้วย เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้พยายามผลักดันการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศทางดิจิทัลที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติด้วย

ส่วนการดำเนินการเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมือง หลายท่านคงเห็นแล้วว่า ได้มีการนำสายไฟฟ้าและสายสัญญาณต่าง ๆ ลงดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการไฟฟ้านครหลวงได้นำสายไฟทั่วกรุงเทพฯ ลงดินเรียบร้อยแล้วถึง 48.6 กิโลเมตร เช่น โครงการถนนสีลม ปทุมวัน และจิตรลดา 16.2 กิโลเมตร โครงการพหลโยธิน พญาไท และสุขุมวิท 24.4 กิโลเมตร รวมถึงบางส่วนของโครงการนนทรี 8 กิโลเมตร (ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564) และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกรวมระยะทาง 187.5 กิโลเมตร ทั้งหมดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเมืองหลวงที่ทันสมัย และมีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นระเบียบ และที่สำคัญคือ ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการดำรงชีวิตมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ฟื้นฟูพื้นที่ที่เคยถูกมองข้ามให้กลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน เช่น โครงการคืนชีวิตคลองโอ่งอ่าง ซึ่งเป็นการปรับภูมิทัศน์ “คลองโอ่งอ่าง” ตลอดความยาว 1.5 กิโลเมตร จากพื้นที่เสื่อมโทรม น้ำเน่าเสีย ให้กลับมาสวยงามมีชีวิตชีวา ฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลอง และได้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของคนเมืองกรุงที่นิยมท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ ปัจจุบัน โครงการนี้ยังได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-HABITAT) อีกด้วย

และที่ลืมไม่ได้ คือ โครงการคืนทางเท้าให้ประชาชนของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการแก้ปัญหาหาบเร่-แผงลอย ทั่วทุกเขต 50 เขต ที่มีการเปิดค้าขายบนทางเท้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ปากคลองตลาด ทางเท้าย่านสยาม ย่านราชประสงค์ ฯลฯ โดยจัดระเบียบอย่างจริงจัง พร้อมจัดหาสถานที่ค้าขายแห่งใหม่ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามีช่องทางสร้างรายได้ จากนั้นได้เริ่มปรับปรุงทางเท้าให้สวยงาม คืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือส่วนสำคัญ นอกเหนือจากความน่ารักและมีน้ำใจของคนไทย ที่ช่วยให้กรุงเทพมหานครได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติในการเดินทางมาท่องเที่ยวและใช้ชีวิตแบบ Workation เป็นอันดับ 1 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเมื่อ Workation ได้กลายเป็นเทรนด์สากลแล้ว รัฐบาลก็จะยังคงเดินหน้าผลักดันมาตรการต่าง ๆ ต่อไปเพื่อส่งเสริมให้ Workation ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไป

#ชีวิตวิถีใหม่ ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *